“ซือซือ เช่นนั้นเจ้าก็แกะหน้ากากของพวกเราออกเสียก่อนเถิด ข้าจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว” ฮ่องเต้ภายใต้ใบหน้าของอ๋องเก้าออดอ้อนอยู่ข้างหู หงซือซือทนคำอ้อนวอนของพระสวามีไม่ได้จึงล้วงเอาแผ่นกระดาษออกจากช่องในสาบเสื้อออกมาทาที่มือตนเองทั้งสองข้าง แล้วหันไปลูบมือที่ต้นคอของเขาเบาๆ แผ่นที่แนบอยู่กับผิวหนังของฮ่องเต้เผยอออกเล็กน้อย นางจึงค่อยๆ ลูบไปตามส่วนที่เป็นริมข้างใบหน้าแล้วแกะหน้าของอ๋องเก้าออกจากพี่สาม “ค่อยยังชั่ว ข้าเองก็ไม่ค่อยอยากเป็นเจ้าเก้านัก หึ! แต่ไม่มีทางเลือก”เมื่อหันไปนางก็ลอกใบหน้าของพราชายาหานซู่ลี่ออกมาเรียบร้อยแล้วและวางลงบนผ้าที่ปูไว้ที่นั่งด้านข้าง “เรียบร้อยแล้ว!”“ข้าขอชื่นใจเจ้าให้เสร็จก่อนเราค่อยแปลงโฉมต่อดีหรือไม่? ข้างนอกมีองครักษ์เงาทั้งหมดคอยติดตามคงไม่ต้องห่วงแล้ว” เมื่อกล่าวจบหมิงเฟยหลงก็ทรงเริ่มกอดจูบลูบคลำภรรยาโดยไม่มีทีท่าว่าจะแค่เพียงชื่นใจอย่างที่บอกนางสักนิด เมื่อเริ่มจูบรุกเร้าจนนางเนื้อตัวร้อนผ่าวแล้วเขาก็เปิดสาบเสื้อนางเพื่อดอมดมกลิ่นหอมของเนื้อหอมกรุ่น มือใหญ่สอดเข้าไปใต้เอี๊ยมขณะที่ลิ้นก็สอดชิมรสในปากของนางอย่างไม่ลดละ ท่ามกลางเสียงเอี๊ยดอ๊าดของล้อรถม้าคันใหญ่ฮ่องเต้ทรงขยับร่างกายตามจังหวะเร่งเร้าที่ดังรอบด้านเมื่อเห็นนางครางขึ้นคราใดริมฝีปากก็คอยวนเวียนมาปิดมิให้เสียงนั้นดังจนคนที่อยู่หน้าประตูรถได้ยิน มือสองข้างประคองร่างนางที่แอ่นอยู่บนตักรับแรงเร้าอ