ฮ่องเต้ใช้ข้ออ้างเรื่องความปลอดภัยมาบังคับให้ฮองเฮาเข้ามาพักที่ตำหนักเป่าฉีเป็นการชั่วคราว “เรายังจับคนร้ายที่วางยาเหม่ยเฟยไม่ได้เลยนะ ซือซือเจ้าไปพักตำหนักเป่าฉีกับข้าก็ดีแล้ว”หงซือซือยากที่จะปฏิเสธความหวังดีของเขา อีกทั้งเขายังอ้างเรื่องของการสืบคดีอีกด้วย นางจึงจำต้องสั่งให้ไป๋เพ่ยเจินกับหม่าหลันฮวาขนของใช้ที่จำเป็นไปยังตำหนักเป่าฉี ท่ามกลางเสียงเล่าลือในวังหลังที่ว่าหลวนฮองเฮาเป็นสตรีเพียงหนึ่งเดียวที่ได้เข้าไปบรรทมยังตำหนักเป่าฉีกับฝ่าบาท ดังนั้นจึงไม่ต้องถามถึงระดับความโปรดปราน ยามนี้หลวนฮองเฮาได้ชื่อว่าเป็นสตรีในดวงใจของฝ่าบาทเลยเทียวเมื่อหัวหน้าองครักษ์วังหลวงเหม่ยห้าวให้สืบคดีที่นางกำนัลตำหนักห่าวซินผูกคอตายเพื่อหลบหนีความผิดทั้งยังทิ้งจดหมายสารภาพไว้ว่านางคือผู้วางยาพิษบิดไส้ลงในอาหารของพระสนมเหม่ย แต่กลับพบต่างหูปริศนาที่ไม่มีผู้ใดในห้องพักนางกำนัลเรือนอานฉวนเป็นเจ้าของจึงสันนิษฐานได้ว่าเจ้าของต่างหูนี้ต้องรู้เห็นในการตายของนางกำนัลร่างเล็กผู้นั้นอย่างแน่นอน“หากเราหาเจ้าของต่างหูนั้นไม่พบ ก็ยากที่จะซัดทอดถึงผู้บงการได้ เรื่องนี้ข้าอยากให้เงียบที่สุด”ฮ่องเต้ทรงสั่งให้ทุกคนเก็บการค้นพบหลักฐานไว้เป็นความลับ ในยามอาหารเย็นทรงถือโอกาสปรึกษาเรื่องนี้กับฮองเฮาสองต่อสอง และเพื่อให้คนในวังเชื่อว่าทั้งสองรักกันหวานชื่น หมิงเฟยหลงทรงตะล่อมให้หงซือซือร่วมห้องกับพระองค์ “เจ้ากับข้าต้