ขณะกำลังไล่เรียงรายชื่อผู้ที่จะต้องสืบข่าวอยู่นั้นไป๋เพ่ยเจินก็เข้ามายอบกายรายงาน “องค์หญิงเพคะเหม่ยเฟยมาขอเข้าเฝ้า รออยู่หน้าตำหนัก”สหายทั้งสองหันไปสบตากัน “พูดถึงผี ผีก็มา เจ้าเห็นหรือยังว่าที่วังหลังนี่น่ากลัวเพียงใด?” องค์หญิงหลวนหันไปพยักหน้ากับไป๋เพ่ยเจิน “เชิญนางเข้ามา”“เคราะห์ดีที่ข้ามิได้อยู่วังหลัง” พราชายาหานซู่ลี่ห่อไหล่เล็กน้อย นึกถึงคราวที่ตนต้องมาถวายตัวเป็นเครื่องบรรณาการเพราะแคว้นบ้านเกิดแพ้สงครามหากต้องกลายมาเป็นหนึ่งในพระสนมของฮ่องเต้เห็นทีคงจะแอบหนีออกจากวังเป็นแน่“เจ้าคิดว่าข้าอยากอยู่หรือไร? ถ้าค่าจ้างไม่สูงลิบข้าก็คงไม่ยอมเสี่ยงทำงานนี้ดอก” หงซือซือไหวไหล่เล็กน้อย “บรรดาภรรยาของพี่สามนี่ช่างเยอะแยะยุบยั่บจนน่ารำคาญเสียจริง”“เจ้าเพิ่งได้ต้อนรับแค่สองนางเองนะ อย่าลืมว่ายังมีอีกหลายสิบนาง” พราชายาหานซู่ลี่ลดเสียงลง จะว่าไปขนาดพื้นที่ของแคว้นหมิงก็ใหญ่กว่าแคว้นเว่ยอยู่พอสมควร แต่ความแข็งแกร่งของอาณาจักรที่สถาปนาผู้ปกครองขึ้นไปฮ่องเต้ได้ยามนี้ก็มีแคว้นหมิงกับแคว้นจิน ที่เหลืออีกสามแคว้นผู้นำยังคงดำรงตำแหน่งอ๋องวังหลังของแคว้นหมิงแม้จะมีลำดับของพระสนมลดหลั่นชัดเจน ทว่าฮ่องเต้กลับรับพระสนมเอาไว้เท่าที่จำเป็นจึงมิได้มีมากอย่างที่เล่าลือกัน หลายคนที่ถวายตัวเข้ามาแล้วได้ตำแหน่งแต่กลับยังมิเคยมีโอกาสร่วมเรียงเคียงหมอนกับฮ่องเต้เลยสักครั้ง นานไปอาจทูลขอพระราชทานออกจากตำแ