“ฝ่าบาท! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพะยะค่ะ” น ้าเสียงร้อนรนที่หน้าประตูห้องอักษรของอู๋กงกงทำให้ฮ่องเต้กับอ๋องเก้าต่างตกพระทัย“มีเรื่องอันใดหรือ?”“องค์ชายพะยะค่ะ เสด็จไปดูเองเถิด” ขันทีอาวุโสสีหน้าหม่นหมอง ฮ่องเต้ไม่เคยเห็นขันทีประจำตัวพระองค์มีอาการปริวิตกมากเช่นนี้มาก่อน จึงรีบร้อนเดินตามไป“น้องเก้า เจ้าไปดูด้วยกันกับข้าที”องค์ชายหมิงเหอตี้นอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าซีดเซียว หมอหลวงทั้งสิบคนที่เก่งที่สุดในวังหลวงนั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าไม่แตกต่างกัน “ถวายบังคม ฝ่าบาท”“องค์ชายเป็นอันใดไป?”“จู่ก็ทรงสิ้นสติไปพะยะค่ะ หม่อมฉันตรวจอาการไปสามครั้งแล้ว ปรากฏว่าเลือดลมติดขัดโดยไม่ทราบสาเหตุ ตั้งแต่ยามเฉินจนถึงยามนี้ยังไม่ฟื้นเลยพะยะค่ะ” “หือ!” ฮ่องเต้หันไปสบตากันด้วยความกังวลกับอ๋องเก้า แล้วหันไปสอบถามอีกครั้ง “ไม่มีวิธีใดจะทำให้ฟื้นคืนมาได้เลยหรือ?”หัวหน้าหมอหลวงมีอาการอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง“หม่อมฉันกังวลมากที่สุดคือ ชีพจรของชายเต้นช้าลงเรื่อยๆ แล้วพะยะค่ะ”ฮ่องเต้หน้าซีดเผือด “พวกเจ้าไม่มีปัญญาจะทำให้องค์ชายฟื้นได้แล้วหรือ?”หมอหลวงทั้งสิบคนหมอบลงพร้อมกัน หัวหน้าหมอหลวงน ้าเสียงสั่นเทา “ฝ่าบาทโปรดไว้ชีวิต หม่อมฉันทั้งสิบทำทุกอย่างสุดความสามารถแล้วจริงๆ พะยะค่ะ”อ๋องเก้ารีบประคองพระเชษฐาที่คล้ายจะซวนเซ“แม้แต่ลูกชายคนเดียวของข้า ข้าก็ยังรักษาเขาไว้ไม่ได้หรือนี่?”“องค์ชายล้มป่วยครั้งนี้เจ้าได้ตรวจการ