เจ้ามาก วันนี้ข้ายากจะรอดชีวิตจริงๆ หากคนของเจ้ามาไม่ทัน”นางนอนหลับตานิ่งๆ นิ่วหน้าเล็กน้อย เขาพอจะดูออกว่านางเริ่มปวดแผลมากแต่ยังคงใจแข็ง จึงคว้านหาถุงน ้าในรถม้าแล้วเอามาจ่อที่ปากนาง “เจ้าดื่มน ้าก่อนเถิด หน้าซีดหมดแล้ว” นางอ้าปากรับการป้อนน ้าจากถุงนั้นแต่โดยดีฮ่องเต้ลอบสังเกตใบหน้าที่นางแปลงโฉมไว้ ช่างเหมือนบุรุษไม่มีที่ติ เขานึกอยากเห็นใบหน้าที่แท้จริงของนางนัก นางจะเป็นอาจจะสตรีอัปลักษณ์ ดูธรรมดา หรืออาจจะเป็นโฉมงามล่มเมืองสักคนก็เป็นได้ ถึงตอนนี้เขาพอจะคาดคะเนได้แล้วว่านางคงจะเป็นน้องสาวของหงอี้เทียน ‘แม่นางหงซือซือ’ สตรีที่มิค่อยมีผู้ได้พบ นับว่าวรยุทธ์ของนางร้ายกาจสมกับที่เป็นผู้ดูแลสำนักคุ้มภัย ‘มิน่า! นางจึงสนิทกับหานซู่ลี่ของเจ้าเก้า ซ ้าเจ้าเก้าก็ยังไม่หึงหวงในยามที่สองคนนี้อยู่ด้วยกันลำพัง’ชายหนุ่มนึกหงุดหงิดที่น้องชายของเขาไม่ยอมบอกความจริงเรื่องที่นางเป็นสตรีให้เขาได้รู้ตั้งแต่อยู่ที่โรงเตี๊ยมยุทธภพ คืนนั้นเขากับนางดื่มสุรากันจนเมามาย จำได้ว่าเขาอุ้มนางขึ้นนอนบนเตียงก่อนจะขยับไปนอนด้วยกัน ‘อืม…คืนนั้นข้าก็ลืมสอบถามองครักษ์ว่าเกิดเรื่องใดขึ้นบ้าง?’“คุณชาย ถึงแล้วขอรับ ท่านหมอก็มายืนรออยู่แล้ว” ฮ่องเต้รีบอุ้มนางลงจากรถม้าเดินนำลิ่วเข้าไปในคฤหาสน์ “ห้องใด?” น ้าเสียงกังวานดูคล้ายจะโมโหจัดเมื่อเห็นใบหน้าของนางซีดเซียวซ ้ายังดูสิ้นสติไปแล้ว“ทางนี้ขอรับ” หัวหน้าสวีรีบผายม