สตรีใบหน้ากลมแป้นในอาภรณ์สีส้มอ่อนที่นั่งจิบน ้าชาอยู่ตรงหน้า ฟังเรื่องที่พราชายาหานซู่ลี่เล่าด้วยความสนใจ “เจ้าว่า คนในชุดดำผู้นั้นฝีมือร้ายกาจ ซ ้ายังมีรูปร่างบอบบางคล้ายสตรีเช่นนั้นหรือ?”“ใช่! ข้าคิดว่านั้นคือสตรีแน่นอน ทว่าพลังฝีมือของนางข้ากลับไม่สามารถต้านทานได้เกินแปดกระบวนท่า ข้าเองก็ไม่เคยเห็นวิทยายุทธ์ของนางมาก่อน”พราชายานึกทบทวนถึงตอนที่ตนในชุดนินจาแฝงกายเข้าไปในวังท่านอ๋องสี่ในเมืองฉู่จิ้งเพื่อค้นหาตรามังกรคู่ให้กับท่านอ๋องเก้าพระสวามี ในจังหวะที่นางขโมยของสำคัญได้แล้วกลับเจอจอมยุทธ์ชุดดำที่ร้ายกาจผู้หนึ่งหงซือซือใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง “เอาเถอะ ข้าจะลองสืบหาดู ยุทธภพนี้ต้องมีผู้ รู้จักวิทยายุทธ์ของนางแน่” นางรู้ว่าฝีมือของสหายรักที่เป็นสตรีนินจาหนึ่งเดียวของ แคว้นเว่ยผู้นี้แม้จะไม่ดีเลิศทว่าก็ยากจะหาผู้ต่อกร หากสหายเอ่ยปากเช่นนี้ นางก็เห็นว่าคนผู้นั้นควรค่าแก่การสืบหา ใบหน้ากลมแป้นนั้นหันไปมองนางกำนัลสองคนที่อุ้มเด็กน้อยฝาแฝดเข้ามา “ลูกๆของเจ้าตื่นแล้ว ข้าจะได้เล่นกับเด็กๆ เสียที อุตส่าห์แต่งตัวมารอตั้งนาน”“ซือซือ มาแล้ว!” เด็กหญิงยื่นมือกลมป้อมมาหาหงซือซือจึงยื่นนิ้วไปให้เจ้าตัวเล็กจับไว้“ถิงเอ๋อร์ จำข้าได้ด้วย เจ้าน่ารักมาก” นางยิ้มกว้างให้เด็กน้อย ก่อนจะรับจากนางกำนัลมาอุ้มไท่เอ๋อร์เด็กชายตัวน้อยเห็นเช่นนั้นก็เบะปาก “ซือซือ ข้าด้วย!”หงซือซือหันมาทำตาโต “ไท่เอ๋อร์ก็จำข