นางจึงได้เอ่ยปาก“จะทำสงครามแล้วหรือ?”ตอนนี้เหตุการณ์การซุ่มสังหารทูตเพิ่งจะเกิดขึ้น การหารือของทุกประเทศตรวจสอบความจริงอย่างกระจ่าง ให้การอธิบายต่อแต่ละประเทศ การหารือสำเร็จยังดี เปลี่ยนอันตรายเป็นความสงบ หากหารือล้มเหลว ก็คือการพบกันของทหารและอาวุธแต่การไปมาเช่นนี้ อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาสองสามเดือน การพูดคุยร้าวฉาน กองกำลังทหารแต่ละประเทศ ที่ตั้งกองกำลังที่ชายแดน แม้ว่าจะถึงการเปิดสงคราม อย่างน้อยที่สุดก็ต้องการเวลาสามเดือนถึงครึ่งปีแต่ทว่า……ตอนนี้เย่แจ๋หยิ่งเรียกรวมพลกองกำลัง เห็นได้ว่าเขายังมีความกังวลอื่นเย่แจ๋หยิ่งก็ไม่ได้ปิดบังนาง พูดความกังวลของตัวเองออกมา“ข้าเดาว่ามีคนวางแผนการใหญ่ ซุ่มสังหารทูตต่างประเทศ แน่นอนว่าจะไม่รอจนหลังจากพวกเราพบเจอแล้ว เขาถึงเดินหมากขั้นต่อไปบางทีคนที่อยู่เบื้องหลัง รอเพียงแค่ทันทีที่ซุ่มทูตขุนนางสำเร็จ ส่งจดหมายไปแต่ละประเทศ ให้ถึงมือฮ่องเต้แต่ละประเทศตามเวลาที่กำหนด ประเทศเชียนหลิงกับก่วงส้ามีความขัดแย้งกันมาโดยตลอดไม่หยุดหย่อน ก่วงส้าในตอนนี้เสื่อมลงกลายเป็น26
เช่นนี้ ฮ่องเต้องค์ใหม่ครองราชย์ เรื่องราชสำนักบ้านเมืองเพิ่งจะทุเลาลง ใจของทหารค่อยๆมั่นคงแข็งแรงแต่ประเทศเชียนหลิงพัฒนาอย่างรวดเร็ว กองกำลังทหารม้าแข็งแรงกำยำอยากจะกลืนกินก่วงส้าตั้งนานแล้ว ไม่ยินยอมที่จะเห็นประเทศก่วงส้าฟื้นสภาพได้เป็นธรรมดาเรื่องการซุ่มสังหารขุนนางทูต เป็นเหตุผลที่ดีท