กเข่าลงที่พื้นพร้อมกัน ก้มหัวตํ่าจนสามารถมุดพื้นได้แล้ว แต่ละคนกล่าวอย่างหวาดกลัวโดยแท้ :“ข้าน้อยมิบังอาจพ่ะย่ะค่ะ!”ความบ้าอำนาจนี้……ความน่าเกรงขามนี้……ยืนอยู่ด้านข้าง หลานเยาเยาสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ทรงพลังพุ่งมาที่ใบหน้า ทำให้นางยืนในท่าทางของทหารโดยไม่รู้สึกตัว ไม่กล้าหายใจแรงออกมาการว่าราชการตอนเช้าดีๆวันหนึ่ง ความหวาดกลัวหลังจากการลอบสังหาร ในความทรมานของบรรดาขุนนางทหารและความใจเย็นของฮ่องเต้ สิ้นสุดไปด้วยความเร็วเช่นหอยทากขณะที่ออกจากท้องพระโรงใหญ่ สีหน้าของขุนนางแทบจะทุกคนกดดันเป็นที่สุดใช้ฝีเท้าที่รวดเร็วที่สุดรีบเดินตัวตรงไปในจวนของตัวเองในท้องพระโรงใหญ่ฮ่องเต้ให้ทั้งซ้ายขวาถอยออกไป เหลือหลานเยาเยาไว้คนเดียวเขาไม่พูดจา และไม่มองนาง เพียงหยิบสาสน์กราบทูลข้อราชการที่ราชครูถวายมา ดูอย่างตั้งใจ ราวกับว่าข้างกายไม่มีคน833
หลานเยาเยากลืนนํ้าลายแล้วกลืนนํ้าลายอีกร้องเรียกเจ้าระบบอยู่ในสมอง คิดต้องการหารือกับเขาสักหน่อย ต่อจากนี้ควรทำอย่างไรดี แต่เจ้าระบบกลับอยู่ในสภาพนอนแผ่ แน่วแน่ที่จะไม่ตอบสักคำนางรู้สึกหมดปัญญาอย่างที่สุดในใจมีเพียงหนึ่งคำ : หนีจำเป็นต้องหนี โดยเฉพาะตั้งแต่ตอนที่ตกลงมากระแทกหลังคาจากฟ้า แต่ถูกองครักษ์อ้างอู๋ของฮ่องเต้เห็นเข้าจนถึงตอนนี้ องครักษ์อ้างอู๋เหล่านั้นยังไม่ทันได้รายงาน นางยังสามารถหนีไปได้ถ้าหากทำให้ฮ่องเต้รู้ว่านางตกลงมาจากท้องฟ้า คาดว่าคงจะร