มุมปากเป็นวงม่วง มือที่ยื่นชี้มายังเย่หลีเฉินสั่นเพราะความโกรธ แม้แต่การพูดก็เริ่มไม่สัมพันธ์กัน“ลูกเน ลูกเนรคุณ”มีหลานเยาเยาอยู่จะที่วางแผนว่าจะยุแยงก็ไม่ได้แล้ว และก็ยังถูกสายตาที่เย็นชาของหลานเยาเยาคุกคาม อำนาจที่แสดงออกมาของเขาก็เห็นได้ชัดว่าลดลงมากหลานเยาเยายกยิ้มเยาะที่มุมปาก เดินไปข้างกายเย่หลีเฉิน ตบๆไหล่เขาจากนั้นก็ชักกระบี่คมที่นางจับไว้แน่นในมือออกมา และขีดเส้นไว้บนพื้น พร้อมกับเอ่ยเสียงเย็นชาผิดปกติว่า:“นี่เป็นเขต ถ้ากล้าก้าวข้ามมาเพียงก้าวเดียว หัวของพวกเจ้าจะกลายมาเป็นม้านั่ง”หลังจากพูดจบ ก็หันไปพูดกับเย่หลีเฉินว่า: “ไปเถอะ!”เมื่อเห็นเขาพยักหน้าเงียบๆ จึงหมุนตัวจากไป เย่หลีเฉินก็ตามมาด้านหลังหลานเยาเยา กลับไปยังสถานที่ที่พวกเขาพักผ่อนพร้อมกันหลังจากที่ทั้งสองกลับมาถึงกองขบวนก็พูดเล่าเรื่องที่ฮ่องเต้ประเทศก่วงส้าอยู่ตรงเท้าของรูปปั้นหินทารกยักษ์ออกมาซึ่งเย่หลีเฉินเป็นคนเริ่มพูดเมื่อเห็นท่าทางที่แค้นเคืองของทุกคน เขาก็แค่นั่งลงไม่พูดอะไร หลับตาพิงหินทารกยักษ์เงียบๆมีคนในสำนักหงอีสงสัย:732
“เจ้าสำนัก ก่อนหน้านี้ฮ่องเต้ประเทศก่วงส้าก็มีเจตนามุ่งร้าย เขาต้องการกำจัดพวกเราเพื่อประโยชน์ของตัวเอง แต่ทำไมพวกเราต้องเก็บพวกเขาไว้?”นี่เป็นเรื่องที่อยู่ในใจทุกคน และไม่สามารถหาคำตอบได้ รวมถึงเย่หลีเฉินด้วยหรือเพราะฮ่องเต้ชั่วนั้นเป็นเสด็จพ่อแท้ๆขององค์ชายรัชทายาท?แต่ฮ่องเต้ประเทศก่