ขรึมมากขึ้นเรื่อยๆ หัวใจตื่นเต้นกังวลขึ้นมาหลังจากครุ่นคิดเพียงเสี้ยววินาที เย่หลี่เฉินมาถึงก่อน ก็สาดนํ้าใส่ตัวเอง และพุ่งเข้าไปในกระโจมที่ลุกเป็นไฟเพื่อช่วยชีวิตคนเมื่อพระราชธิดาจาวหยางได้รับการช่วยเหลือ เสื้อผ้าบนร่างของนางยังคงลุกเป็นไฟ และมีรอยไหม้หลายจุดในร่างกาย ส้งเย่นกุยรีบเอานํ้าทั้งหมดที่เขาพกติดตัวมาสาดไปที่ร่างกายพระราชธิดาจาวหยาง เมื่อไฟดับสนิท พระราชธิดาจาวหยางที่ยังไม่ค่อยมีสติสุดท้ายก็เป็นลมทันที“โหลวเยว่ โหลวเยว่… …”หลานเยาเยาตะโกนสองสามครั้งเย่หลี่เฉินอุ้มพระราชธิดาจาวหยางด้วยความกังวลใจ ปากก็เรียกชื่อของนางตลอด หวังให้นางฟื้นคืนสติ เมื่อได้ยินเสียงของนาง เย่หลี่เฉินก็เงยหน้าขึ้นมองทันทีและพูดอย่างกังวลว่า“หลานเยาเยา รีบช่วยนางเร็วๆ”“ได้!”656
ยังไม่ทันสิ้นเสียง นางก็รีบจับชีพจรของพระราชธิดาจาวหยางสภาพชีพจรไม่ดี อาจตกใจมากเกินไป รอยไหม้บนผิวหนังที่ทำให้นางเป็นลมโดยเฉพาะส่วนหลัง ต้องจัดการก่อนขณะนี้!ที่จอดรถม้า มีเสียงม้าร้องโหยหวนอย่างน่าเศร้า ไม่นานก็ได้ยินเสียงดาบที่ฟาดฟันกันอย่างดุเดือด“มีคนฆ่าม้า!”เมื่อยู่หลิวซูนำคนไปถึง คนที่ฆ่าม้าหลายคนได้ถูกฆ่าตายแล้ว เหลือไว้เพียงคนเดียว และคนๆนี้ก็สั่นไปทั้งตัวขณะที่ตาเฒ่าเย่นกำลังเหยียบบนร่างกายของเขา“หึ ร้ายกาจมาก!”หลังจากพูดคำนี้จบ สายตาตาเฒ่าเย่นจดจ่อกับเสียงควบม้าที่ดังอยู่ไม่ไกล กลุ่มคนที่ขี่ม้าถือด้วยคบเพลิง ข้ามเน