วอีกหรือ?มองดูพระราชธิดาจาวหยางออดอ้อน สายตาที่น้อยใจนั่น พูดคำที่ตอบโต้ ยังทำให้หลานเยาเยาได้เห็นโลกกว้างขึ้นแล้วเย่หลีเฉินก็ทนสายตาเช่นนี้ของนางไม่ได้ ลูบศีรษะของนางด้วยความเอ็นดูอย่างมาก กำลังอยากพูดอะไร เขาก็ได้รับสายตาที่เฉียบแหลมข่มขู่จากหลานเยาเยา ยืดตัวตรงในพริบตา กล่าวไปตามหลักเหตุผลที่ถูกต้อง :“แฮ่มแฮ่ม!”“จาวหยาง เช่นนี้ก็คือเจ้าไม่ถูกแล้ว เจ้ารู้หรือไม่ว่าเทพธิดาวิ่งวุ่นทั้งวันทั้งคืนเหน็ดเหนื่อยกับการใช้ความคิดในการทำงาน ลำบากอย่างที่สุด เจ้ายกน่องไก่ให้นางหนึ่งอัน เป็นเรื่องที่จำเป็นนางเอาน่องไก่จากที่แสนไกลมาให้เจ้า ตัวนางเองล้วนทำใจไม่ได้ที่จะกิน ก็หอบมามอบให้เจ้าแล้ว เจ้าควรจะเรียนรู้ที่จะถ่อมตัวและเอื้อเฟื้อ จะกินให้หมดในครั้งเดียวได้อย่างไรล่ะ?”เย่หลีเฉินกล่าวคำที่ขัดแย้งกับจิตสำนึก ตั้งใจเพิกเฉยต่อคราบมันที่ไม่ได้เช็ดที่มุมปากของหลานเยาเยา แต่จะเพิกเฉยอย่างไรก็เพิกเฉยต่อมือเรียวยาวของนาง…….ที่มีคราบนํ้ามันข้างบนไม่ได้609
เมื่อสิ้นสุดคำพูดพระราชธิดาจาวหยางตะลึงทันที มองเย่หลีเฉินอย่างไม่น่าเชื่อ“เสด็จพี่องค์ชายรัชทายาท เสด็จพี่องค์ชายรัชทายาท ท่านตื่น ท่านสามารถพูดจาอย่างไม่มีมโนธรรมได้อย่างไรล่ะเพคะ?น่องไก่เป็นเทพธิดาให้ข้า เห็นได้ชัดว่าความหมายก็คือให้ข้ากิน ข้ากินหมดแล้วนางยังไม่พอใจอีกนี่พูดเป็นอะไร ทำไมท่านก็พูดเอนเอียงไปทางนาง? ข้าถึงจะเป็นน้องสาวแท้ๆของท่าน