่องออกจากห้อง ไปเดินเล่นในหมู่บ้านคนเดียว“เจ้าสำนัก ทำไมถึงยังไม่พักผ่อนอีก?”ยู่หลิวซูเดินออกมาจากบ้านชาวนาที่ดูเรียบๆ ก็เห็นหลานเยาเยาเดินสบายๆใบหน้าไม่มีความเหนื่อยล้าใดๆ สบายๆเหมือนกับตอนที่อยู่ที่เมืองหลวง“ฟ้ายังไม่มืด จะพักผ่อนไปทำอะไร เดินเล่น ดูทิวทัศน์เสียหน่อยดีกว่า สามวันหลังจากนี้ ก็ไม่มีทิวทัศน์อย่างนี้ให้ดูแล้ว”คำพูดนี้ดูทีเล่นทีจริง แต่ดูจะพูดเล่นมากกว่านางไม่หยุดฝีเท้า เดินอย่างสบายๆไปยังตรงกลางของหมู่บ้าน สายตาก็หยุดลงที่ใบไม้แห้งเหี่ยวเฉาตรงพื้น จากนั้นลมเบาๆก็พัดปลิวมาข้างเท้าใบไม้แห้งเหี่ยวนั้นไม่ได้เปอะเปื้อนฝุ่น และก็ไม่เคยถูกเหยียบยํ่า แต่ถูกแสงแดดอันร้อนแรงสาดใส่ นํ้าแห้งขอด ราวกับว่า ถ้าลมแรงกว่านี้หน่อย ก็สามารถทำให้ใบไม้แห้งผืนนี้ฉีกขาดนางค่อยๆยกฝีเท้า ใบไม้แห้งผืนนั้นก็กลิ้งมาอยู่ใต้เท้า พอวางเท้าลงไป เสียงกรอบแกรบก็ดังขึ้น567
ทั้งสองคนก็รู้สึกถึงความผิดปกติขึ้นมาทันที……“แซบ แซบ แซบ……”สายลมพัดใบไม้ร่วงทั้งสองเงยหน้ามองไปด้านหน้า จู่ๆสายลมก็โหมแรง ทำเอาเสื้อผ้าของทั้งสองปลิวว่อนใบไม้แห้งที่มากขึ้น ราวกับเป็นผีเสื้อเต้นระบำ ถูกลมที่โหมกระหนํ่าม้วนเข้าไปในอากาศ และพัดไปตามสายลมโจมตีจนทำให้คนไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้ด้านหน้ามีชาวบ้านสองสามคนวิ่งมาอย่างร้อนรน โดยไม่มีความหวาดกลัวบนใบหน้า แต่กลับเป็นความตื่นเต้น“ดีมาก ดีมากจริงๆ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เกิดโทสะอีกแล้ว