ขาจึงยกมือขึ้นเพื่อหยุดขบวนแถวยาวนั่นเมื่อเห็นสัญญาณจากองค์ชายรัชทายาท เซียวจิ่นหยูผู้ซึ่งนั่งอยู่บนหลังม้าตัวสูงนั้นเริ่มหยุดลง และรถม้าขนาดใหญ่ทั้งแปดคันที่อยู่ข้างหลังก็หยุดตามลงอย่างช้าๆเย่หลีเฉินพาคนเดินเข้ามา และเซียวจิ่นหยูไม่ได้ลงจากหลังม้า แต่กลับอยู่บนรถม้าและคารวะไปยังเขาเคยเที่ยวเล่น กินดื่มสนุกสนานด้วยกัน คุ้นชินโดยไม่ต้องคำนึงถึงสถานะสูงตํ่ามานานแล้ว เซียวจิ่นหยูก็ไม่ได้คิดว่าอะไรเป็นเรื่องเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมเหมือนกับเย่หลีเฉิน ขันทีข้างๆ คิดอยากจะโจมตี แต่ก็ไม่กล้าเมื่อได้เห็นดวงตาของเย่หลีเฉินก็สว่างขึ้นเล็กน้อย มุมปากก็แฝงรอยยิ้มยังดี ที่เซียวจิ่นหยูยังเหมือนเดิมเหมือน ที่ไม่เห็นเขาเป็นคนนอกเลยเพียงแต่……ในใจของเย่หลีเฉินยังคงรู้สึกละอายใจเล็กน้อยในตอนนี้ ม่านของรถม้าด้านหลังเซียวจิ่นหยูคันนั้นค่อยๆ เปิดออก และใบหน้าที่ซีดเซียวของเจ้าพระยาเซียวก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเย่หลีเฉินเขาต้องการที่จะลงจากรถม้า เพื่อแสดงความเคารพต่อองค์ชายรัชทายาท แต่เย่หลีเฉินก็รีบห้ามเอาไว้“เจ้าพระยา ขาและเท้าของเจ้าไม่สะดวก ครั้งนี้เลี่ยงไปก่อนเถอะ!”521
หากเจ้าพระยาเซียวไม่ได้นั่งรถเข็น และยังคงมีท่วงท่าสง่างามที่คำรามในสนามรบเขาก็ไม่ห้ามเอาไว้อย่างแน่นอนเจ้าพระยาเซียวเป็นคนหนึ่งที่ตราตรึงอยู่ในกระดูก เขามีท่าทางที่โอหังอวดดีของเขา หากขัดขวางการทำความเคารพเขา อาจจะถูกเขาหยิบยกเรื่องนี้ไปบอกกั