หลานเยาเยารู้สึกถึงความโล่งใจมีธุระรีบพูด มีผายลมก็รีบปล่อยออกมา นางยังรอที่จะแทะขาหมูอยู่นะ!ในไม่ช้า ตาแก่ก็ถูกคนอื่นผลักไปอยู่ด้านหน้าของนาง เดิมทีคิดว่าเขาจะพูดเรื่องที่เป็นทางการ กลับคิดไม่ถึง ที่เขาถามคือ…….“นังหนู เจ้าไปมีความสัมพันธ์กับบุรุษแล้วใช่หรือไม่?”ได้ยินดังนั้น!หลานเยาเยาตะลึงเล็กน้อย เมื่อนึกถึงตอนอยู่ในรถม้า เรื่องที่เย่แจ๋หยิ่งทำต่อนางใบหูก็แดงขึ้นมาในพริบตานางเอามือมาปิดคอของตัวเอง หาเหตุผลง่ายๆมากล่าว :“เกิดจากการหกล้มโดยไม่ได้ระวัง”ตาแก่ที่เหมือนจะเชื่อแต่ก็มีความสงสัย แต่ไม่ช้าก็ปล่อยวางแล้ว “ก็ถูก เจ้ากินจุขนาดนั้น ใครจะเลี้ยงเจ้าไหว?”“…..”ใครกินจุกัน?ทุกวันนางก็ยังคงเป็นหนึ่งวันสามมื้อไม่ใช่หรือ?ขี้เกียจจะคิดเล็กคิดน้อยเหล่านี้กับพวกเขา ยังไงซะในมุมมองของพวกเขา นางก็เป็นนักกินจุอย่างเต็มตัว บวกกับขี้งกเป็นอย่างยิ่งอธิบายมากมายก็ไร้ประโยชน์409
จึงรอให้พวกเขาเปิดปากถามเรื่องที่เป็นทางการ คราวนี้ ตาแก่ก็ไม่ได้ถามเรื่องอื่นแล้ว แต่พูดเรื่องทางการ“ยัยหนู เจ้ายังมีหินไฟที่มีอานุภาพน่าเกรงขามอย่างมากอยู่หรือไม่? ก็คือก้อนหินขนาดใหญ่ที่ระเบิดสิ่งของออกได้ชนิดนั้น”สิ่งของนั้นไม่เหมือนกับหินไฟอานุภาพยังมากกว่าหินไฟหลายเท่านัก เหมือนกับเทพแห่งขุนเขาบันดาลโทสะเช่นนั้นลูกระเบิด?พวกเขาจะเอาหินไฟไปทำอะไร?“พวกท่านต้องการหินไฟทำอะไร? ไม่ใช่ว่าพวกท่านก็มีหรือ?”พูดว่าลูกระเบิ