พธิดาคนหนึ่งก็เดินออกมาอย่างช้าๆ ศีรษะของนางที่ก้มตํ่า ด้วยมือทั้งสองที่ห้อยลงอย่างโรยแรง ค่อยๆ เดินไปข้างหน้าทีละก้าวอย่างช้าๆ ท่าทางการเดินช้ามากและจังหวะการเดินและท่าทางมองดูแล้วแปลกๆเมื่อได้ยินเสียงตะโกน ดูเหมือนนางจะมีปฏิกิริยาที่ละเอียดอ่อนบางอย่าง“ทำไมเจ้าเป็นคุณหนูคนที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีอย่างนี้ นี่เจ้าจะไม่อยู่ในตำหนักดีๆใช่ไหม โธ่ หูหนวกหรือไง จริงหรือ” คุณชายอีกคนก็พูดขึ้นมา เป็นนํ้าเสียงที่ไม่เกรงใจเป็นอย่างมากแต่คุณหนูที่ดูเหมือนกำลังสับเท้าทีละก้าวอยู่นั้น ไม่ได้สนใจอะไรเขาเลย แถมยังคงเดินต่อไปหากไม่ได้รับคำตอบกลับ ท่านชายคนนั้นคงจะโกรธเคืองมาก และอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ถังมู่หวั่นที่อยู่ข้างเขากลับเอ่ยออกมาแล้ว“พี่องครักษ์ คุณหนูคนนั้นวิ่งออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้พวกเจ้าเชิญนางกลับมาด้วย”314
ถังมู่หวั่นพูดอย่างเกรงใจเมื่อองครักษ์ได้ยินดังนั้น จึงรีบมากันโดยเร็ว พวกเขาจึงเริ่มมองไปยังคุณหนูที่กำลังส่ายหน้านั้นด้วยความสงสัย ราวกับว่าฟังภาษาคนไม่ออกอย่างไรอย่างนั้นในตอนนี้ ถังมู่หวั่นก็ได้ถอยออกจากฝูงชน จากนั้นจึงเดินลงจากอาคารที่แยกออกไปทางบันไดอีกด้านหนึ่ง…ทุกคนบนตำหนักยังคงพูดถึงหญิงสาวคนนี้ บ้างก็ดุ บ้างก็สบถด่า บ้างก็พูดโน้มน้าว แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้รับคำตอบใดๆกลับมาเสมอองครักษ์สองคนนั้นก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟรีบก้าวตรงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว คนหนึ่งคว้าแขนข้า