เสียงดังออกมาจากในรถม้าเป็นเวลานาน ยู่หลิวซูกับถิงเมี่ยนก็คำนับอีกครั้ง“คารวะเจ้าสำนัก”รอไปสักพักก็ยังไม่มีเสียงดังขึ้น1368
จนกระทั่งตอนที่พวกเขาคิดจะคารวะอีกครั้ง จื่อซีที่ทำหน้าที่เป็นคนขับรถม้าก็ยกมุมปาก กระตุกม่านมองหลานเยาเยา จากนั้นก็พูดกับยู่หลิวซูและถิงเมี่ยนอย่างจนปัญญาว่า“คุณหนูกำลังฝึกยุทธ์อยู่ เป็นช่วงสำคัญพอดี ทางที่ดีอย่าเพิ่งรบกวนนาง ไม่งั้นถ้านางคลั่งขึ้นมา จะกินพวกเจ้าเป็นวิชายุทธ์”ได้ยินดังนั้น!ยู่หลิวซูกับถิงเมี่ยนก็เงียบทันที จากสีหน้าที่ชี้แนะของจื่อซีก็คือ ให้พวกเขารีบเข้านั่งบนม้าไวที่เตรียมไว้นานแล้ว“ไป……”รถม้าสีแดงก็ค่อยๆเคลื่อนตัวหลานเยาเยาที่แทะขาหมูอยู่ในรถ เจียดเวลามาพยักหน้าให้กับจื่อซี และก็ยกย่องเขาใหญ่ถึงเมืองหลวงนั่งรถม้ามาครึ่งค่อนวัน หลานเยาเยาก็ปวดหลังปวดเอวเมื่อยขา สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ท้องหิวอีกแล้วกินขาหมูจนหมดก็ไม่พอ มันต้องมีข้าวมาเติมท้องเสียหน่อยถึงจะได้ดังนั้น!หลานเยาเยาจึงลงรถม้า พุ่งเข้าไปในร้านอาหารอย่างรวดเร็ว จื่อซีเมื่อจอดรถม้าแล้วก็รีบตามมาติดๆความเร็วของยู่หลิวซูก็นับว่าเร็ว พอลงจากรถม้าแล้วก็โยนบังเหียนให้กับถิงเมี่ยน1369
“รบกวนด้วยหล่ะ!”อีกอย่างพอทิ้งเสร็จก็ไป ความหมายมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่ายู่หลิวซูให้ถิงเมี่ยนช่วยเขาผูกม้า ถิงเมี่ยนมองบังเหียนที่อยู่ในมือถิงเมี่ยนก็เลิกคิ้วเล็กน้อย“เอ้ะ?ตอนนี้พวกเราก็เป็นเพื่อนร่วมทางกันแล้