เพื่อไม่ให้โหลวเย่วไม่พูดอะไรที่น่าตกใจอีกนางจึงพานางเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วทั้งสองคนเดินไปพูดคุยกันอย่างสนุกสนานไป ทำให้คนรอบข้างที่มองพวกเขาเป็นเหมือนอากาศจนกระทั่งพวกนางสองคนเดินลับสายตาจากพวกนางไป ฉินหลิงเจียวที่จ้องจนตาแทบถลนออกมาก็กระทืบเท้าอย่างโมโหนางพูดอย่างไม่ชอบใจว่า:“ทำไมคนขี้เหร่นั่นครู่เดียวก็เปลี่ยนมาสวยกว่าพี่มู่หวั่นได้?”หลินเฟยหรันที่อยู่ข้างๆก็ใช้ศอกผลักนางเล็กน้อยหลังจากกลอกตามองนางก็พูดว่า:“หลานเยาเยาดูดีกว่าพี่มู่หวั่นที่ไหนกัน พี่มู่หวั่นเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวง”พูดก็พูดงั้นเถอะแต่สายตาของนางมองไปทางที่หลานเยาเยาเดินไปตลอด ในใจก็คิดว่ารออยู่ในงานเลี้ยงก่อนนางจะต้องถามหลานเยาเยาให้ได้เลยว่านางทำอย่างไรถึงได้เปลี่ยนไปสวย นางเองก็อยากเปลี่ยนไปสวยกว่าใครๆเขาเหมือนกันถังมู่หวั่นเอาท่าทางของพวกนางสองคนเก็บไว้ในสายตาคิ้วก็ขมวดขึ้น มือที่จับผ้าเช็ดหน้าไว้ก็ค่อยๆกำแน่นขึ้น……งานเลี้ยงข้างนอกพระราชินีจัดขึ้นที่พระตำหนักจีหมิง642
ตอนที่หลานเยาเยาและโหลวเย่วมาถึง ข้างในก็มีคนเยอะแล้ว“พราชายาเย่เสด็จ!”“องค์หญิงจาวหยางเสด็จ!”เมื่อเสียงประกาศแหลมลดลง คนข้างในก็ต่างหันมามองหลังจากที่สายตาของทุกคนมาหยุดอยู่ที่พวกนาง……“ว้าว……”ทุกคนส่งเสียงฮือฮา!ได้ยินมาว่าองค์หญิงจาวหยางป่วยเป็นโรคประหลาดสามารถมีชีวิตได้ในความมืดไม่งั้นก็จะบ้าคลั่ง กระหายเลือดมีเพียงจื่อซีลูกน้องขอ