อู๋เสี่ยวพั่งและอวี๋สุ่ยเอ๋อร์ยืนนิ่งค้างราวกับถูกสาปดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงท่านอาจารย์กำลัง…เล่นละครตบตาว่าเป็น “เซียน” อย่างนั้นรึ!?เบื้องหน้าของพวกเขาคือภาพฉายที่แสดงให้เห็นเหล่ายอดฝีมือระดับสูงจากทั่วสารทิศ แต่ละคนต่างมีสีหน้าเคร่งขรึม จริงจัง และกำลังพิจารณาศิลาจารึกอย่างตั้งอกตั้งใจราวกับกำลังเผชิญหน้ากับสัจธรรมแห่งจักรวาล โดยไม่มีใครระแคะระคายแม้แต่น้อยว่ากำลังถูกปั่นหัวศิษย์ทั้งสองถึงกับพูดไม่ออกนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เปิดหูเปิดตาว่า… เป็นถึง“เซียน” ก็ยังต้องเล่นละครตบตาผู้คนด้วยหรือนี่!“สุ่ยเอ๋อร์ สงบจิตใจ!”ทันใดนั้น จางอวิ๋นก็หันขวับมาทางอวี๋สุ่ยเอ๋อร์ น้ำเสียงเคร่งขรึมทรงอำนาจอวี๋สุ่ยเอ๋อร์สะดุ้งเล็กน้อย แต่สัญชาตญาณความเชื่อใจทำให้นางรีบปฏิบัติตามคำสั่งทันที นางหลับตาลง ผ่อนคลายร่างกายและจิตวิญญาณจางอวิ๋นยื่นมือออกไปทาบที่แผ่นหลังบอบบางของนางโคจรพลังอูอันลึกลับเข้าไปห่อหุ้ม “พลังเหี่ยวเฉา” สีเทาหม่นที่แทรกซึมอยู่ในกายของศิษย์สาว ก่อนจะค่อยๆ ชักนำมันออกมาอย่างนุ่มนวล“ท่านอาจารย์… นี่คือพลังเหี่ยวเฉาหรือเจ้าคะ?”อวี๋สุ่ยเอ๋อร์เอ่ยถามขณะลืมตาขึ้นมองกลุ่มก้อนพลังงานสีเทาที่ลอยละล่องออ