เร็วจากนั้นก็เช็ดปาก และมองเห็นชายชราผมขาวเบะปากใส่ เหมือนกับว่าไม่เห็นด้วยกับคำพูดของนางเลยสักนิด จึงพูดอีกครั้งว่า“รอกินข้าวหมด ข้าจะพาเจ้าไปหาที่อยู่ปักหลัก จากนั้นข้าจะรักษาตาของเจ้ารับประกันว่าพรุ่งนี้ก็หาย รอเจ้าหายดีแล้ว อยากกินอะไรก็กินอะไรได้เลย”แบบนี้แล้วไม่ควรหน้านิ่วคิ้วขมวดแล้วนะ?เป็นอย่างที่คาดไว้แค่ได้ยินว่าจะรักษาตาให้เขา ชายชราผมขาวรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันทีรีบยกชามโจ๊กตรงหน้า แบบไม่กลัวร้อนเลย เพียงครู่เดียว ก็ทานโจ๊ก “อึก อึก อึกอึก” จนหมดชามจากนั้นหยิบตะเกียบขึ้นมา คีบผักใส่เข้าปากอย่างตรงจุดถูกต้อง…ทำให้หลานเยาเยาต้องเบิกตากว้างจากนั้นก็ลองโบกมือไปมาตรงหน้าเขา ซึ่งเคยยืนยันแล้วว่าตาเขาบอดชั่วคราวจริง แต่ว่าดูท่าทางการกินผักของเขา อาการไม่เหมือนคนที่มองไม่เห็นเลยนะ“นังเด็กบ้า หยุดโบกได้แล้ว ข้าน่ะมองไม่เห็นจริงๆ”337
ชายชราผมขาวที่พูดอยู่ตอนนี้ ไร้ซึ่งอาการงอนก่อนหน้าและยิ้มให้นางอย่างมีความหมายลึกซึ้ง“เจ้ามองไม่เห็นแล้วรู้ได้ยังไงว่ามือข้าโบกอยู่ตรงหน้าเจ้า”เก่งขนาดเลยหรือหากจะพูดว่าเป็นคนที่ตาบอดมานาน นางก็พอทำใจเชื่อได้ เพราะว่าคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในความมืดมานานนั้นประสาทหูจะไวเป็นพิเศษ สามารถรับรู้ได้ว่าคนอื่นกำลังทำอะไรอยู่ผ่านเสียงเล็กๆที่ดังขึ้นได้แต่ทว่าชายชราผมขาวคนนี้ต่างออกไป เขาเพิ่งจะตาบอดไปได้ไม่นานประสาทหูไม่น่าจะไวขนาดนี้นะ“เคยใช้ชีวิตอยู่ในคุก