“โพรงใต้ดิน?”จางอวิ๋นเอ่ยถามขึ้นลอยๆ มือไม้ยังคงง่วนอยู่กับการกวาดต้อนพลังงานสีเทาหม่นที่ระเหยออกมาจากซากศพของอสูรซากเหี่ยวเฉานับไม่ถ้วน “กู่หลาน เจ้าหมายความว่าข้างล่างนั่นมีรังของพวกอสูรซากเหี่ยวเฉาอยู่รึ?”“ใช่เจ้าค่ะ”เถากู่หลานที่เพิ่งได้สติรีบพยักหน้ารับคำโดยสัญชาตญาณทว่ายังไม่ทันที่นางจะเงยหน้าขึ้น จางอวิ๋นก็พุ่งพรวดดิ่งลงไปในรอยแยกมืดมิดเบื้องล่างทันทีราวกับลูกธนูหลุดจากแหล่งตูม! ตูม! ตูม!เพียงชั่วอึดใจ เสียงระเบิดกัมปนาทและแรงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นมาจากใต้ผืนปฐพีไม่ถึงสองนาที ร่างของจางอวิ๋นก็ทะยานกลับขึ้นมาจากปากเหว บนหลังแบกขวดบรรจุพลังงานอสูรซากเหี่ยวเฉาขึ้นมาเป็นตั้งๆ ราวกับไปเหมาของลดราคา“……”เถากู่หลานถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ด้วยความอึ้งปกติแล้ว ผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานคนอื่นๆ ที่เข้ามาในแดนลับเซียน หากบังเอิญเจออสูรซากเหี่ยวเฉา ต่างก็ต้องวิ่งหนีกันป่าราบ แต่ท่านผู้อาวุโสเก้าผู้นี้กลับตรงกันข้าม…เพิ่งก้าวเข้ามาก็บุกไปถล่มรังพวกมันจนราบคาบเสียแล้ว!นางมองดูขวดบรรจุพลังงานระยิบระยับบนตัวจางอวิ๋นด้วยความฉงน “ผู้อาวุโสเก้า ท่านรวบรวมพลังงานพวกนี้ไปทำไมหรือเจ้าคะ?”“ข้ารู้สึกว่ากลิ่นอายของพลังงานพวกนี้มันดูแปลกพิกล…เลยอยากจะลองทดสอบอะไรดูหน่อย”จางอวิ๋นกล่าวพลางหยิบก้อนพลังงานอสูรซากเหี่ยวเฉาสองสามก้อนออกมาวางเรียงกันวิ้งงง!ทันทีที่สัมผัสบรรยากาศภ