อบอุ่นสายหนึ่งก็ไหลบ่าไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย ขับไล่ความหนาวเหน็บและความเจ็บปวดออกไปจนสิ้น“แค่ก! แค่ก! พรวด!”ผู้อาวุโสหกโก่งคออาเจียนพ่นน้ำทะเลผสมลิ่มเลือดก้อนใหญ่ออกมาทันทีที่ของเสียเหล่านั้นถูกขับออก นางก็รู้สึกเหมือนได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งลมหายใจกลับมาคล่องตัว ความเจ็บปวดตามร่างกายถูกกดทับไว้อย่างน่าอัศจรรย์ และทั่วทั้งร่างในตอนนี้ก็ถูกห่อหุ้มด้วยม่านพลังงานสีน้ำเงินเข้มที่อบอุ่นนุ่มนวลราวกับกำลังนอนอาบแดดอุ่นๆ อยู่บนผิวน้ำทะเลอันเงียบสงบ ไม่ใช่ก้นบึ้งมหาสมุทรอันโหดร้าย“ผู้อาวุโสหก รอข้าเดี๋ยวนะ”เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นข้างหู เปี่ยมไปด้วยความมั่นคงที่ทำให้อุ่นใจจากนั้นนางก็เห็นจางอวิ๋นก้าวเดินกลางอากาศท่ามกลางมวลน้ำอันหนักอึ้ง ตรงเข้าไปหาคณะของผู้อาวุโสห้าแห่งสำนักหนานไห่อย่างช้าๆ ทว่าเปี่ยมด้วยแรงกดดันมหาศาลผู้อาวุโสห้าและพรรคพวกหน้าเปลี่ยนสี ทุกก้าวที่จางอวิ๋นย่างสามขุมเข้ามา หัวใจของพวกเขาก็เต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว ขาที่เคยแข็งแรงกลับก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว“หนี! รีบหนี!!”หลังจากถอยกรูดไปกว่าสิบก้าว สัญชาตญาณก็กรีดร้องเตือนภัย ผู้อาวุโสห้าตะโกนลั่น กลับหลังหันเตรียมโกยแน่บไม่คิดชีวิตชาย