การรับศิษย์เพื่อหวังผลคืนกำไรเป็นเป้าหมายหลักก็จริง แต่ในเมื่อรับมาแล้ว ในฐานะอาจารย์ เขาก็มีหน้าที่ต้องเจียระไนเพชรเม็ดงามเหล่านี้ให้เปล่งประกายที่สุด ซึ่งนั่นก็จะส่งผลดีต่อผลตอบแทนที่เขาจะได้รับกลับมาด้วยเช่นกัน
ดังนั้นหลังจากทะลวงเข้าสู่สร้างรากฐานขั้น 8 ก่อนงานประลองศิษย์ สวีหมิงก็เริ่มสะสมพลังมาตลอดไม่เคยขาด
การที่จะพุ่งพรวดขึ้นมาถึงขั้นสูงสุดในตอนนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใด
แต่… ตามที่สวีหมิงเคยลั่นวาจาไว้ อีกฝ่ายตั้งใจจะรออีกอย่างน้อยหนึ่งเดือนครึ่ง หรือก็คือรอให้แดนลับเซียนเปิดเสียก่อน แล้วค่อยทำการทะลวงระดับ
ทว่าตอนนี้…
“เกิดเรื่องแล้วสินะ?”
หัวใจของจางอวิ๋นดิ่งวูบลงสู่ตาตุ่ม
ในเมื่อสวีหมิงเคยให้คำมั่นไว้แบบนั้น เด็กคนนี้ไม่มีทางทะลวงระดับโดยพละการแน่ การที่ระเบิดพลังออกมาในสถานการณ์เช่นนี้ มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว…
กำลังเผชิญวิกฤตถึงชีวิต!
ประกอบกับที่สวีหมิงทะลวงระดับตามหลังอู๋เสี่ยวพั่งมาติดๆ ราวกับนัดกันมา…
กรอด!
จางอวิ๋นขบกรามแน่น กำหมัดจนเส้นเลือดปูดโปน
“ไม่ว่ามันจะเป็นใครหน้าไหน... หากบังอาจแตะต้องศิษย์ข้าแม้แต่ปลายเล็บ ข้าจะตามไปล้างโคตรตระกูลมันให้สิ้นซาก