ชวงศ์โม่เป่ย หรือว่าผู้ที่ถูกโจมตีจะเป็นทั่วป๋าไหวอัน”
ความสัมพันธ์ระหว่างซูหลินและทั่วป๋าไหวอันนั้นไม่นับว่าเป็นมิตร เห็นแต่จะออกไปทางศัตรูเสียมากกว่า
ซูหลินในตอนนี้ไม่ลังเลอีกต่อไป รีบหันกลับขึ้นรถม้า ออกคำสั่งว่า “อย่ายุ่งกับเรื่องไม่เป็นเรื่องดีกว่า กลับรถแล้วไปต่อได้ ”
ทั้งสองฝ่ายที่ประมือกันอยู่ด้านหน้าล้วนแต่มีฝีมือ องค์รักษ์ของสกุลซูทราบเรื่องนี้ดี จึงไม่รอช้าทำตามคำสั่งทันที เตรียมกลับรถไปยังทางที่มักจะใช้เวลากลับจวน
“แต่ว่า…” ซูหว่านชะเง้อออกไปนอกหน้าต่างหันกลับไปมอง เห็นการต่อสู้ดุเดือดทางนั้นจึงรู้สึกกังวลใจ “พี่ใหญ่ ตอนนี้ไม่ว่าผู้ใดต่างก็รู้ว่าท่านไม่ถูกกับทั่วป๋าไหวอัน หากเป็นคนอื่นก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าเรากลับไปเช่นนี้แล้วเกิดเรื่องกับเขาขึ้นมา เรื่องอาจจะตกมาที่ท่านพี่ก็ได้”
ซูหลินนั้นยินดีอย่างมากหากจะเกิดเรื่องขึ้นกับทั่วป๋าไหวอัน แต่อย่างไรก็ยังคงเชื่อในคำกล่าวนั้น…
วาจาของคนเป็นสิ่งที่น่ากลัว
แววตามืดมนของเขาลังเลไปชั่วขณะ ยังไม่ทันจะได้ตัดสินใจ ปากซอยตรงหน้าก็ปรากฏกลุ่มคนชุดดำบุกจู่โจมเข้ามา
คนผู้นั้นปรากฏตัวว่องไวปราดเปรียว เห็นได้ชัดว่าถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดี
ถนนด้านตะวันออกนั้นเป็นถนนสายหลัก ส่วนถนนด้านนี้ถึงจะไม่แคบมาก แต่หากเป็นสกุลชั้นสูงที่ออกงานอย่างเป็นทางการย่อมต้องรักษาหน้าตา ดังเช่นรถม้าของสกุลซูสองคันนี้ที่มีขนาดใหญ่ จึงทำให้ติดอยู่ในซอยครึ่งหนึ่ง
ผู้