น็บหนาว รวมทั้งนำต้นดอกเหมยขาวแดงนำมาปิดบังไว้ตรงกลาง ดูราวกับว่าผลัดเปลี่ยนฤดูกาล ทุกที่กลายเป็นที่ที่มีชีวิตชีวาขึ้นมา
ริมทางเดินมีแต่เสียงจ้อกแจ้กหญิงสาวมากมายเดาปริศนาโคมไฟแปดเหลี่ยมบรรยากาศรื่นเริงมีชีวิตชีวา
งานเลี้ยงรื่นเริงในตำหนักยังไม่สิ้นสุด ขุนนางระดับสูงก็ยังไม่หยุดที่จะแลกเปลี่ยนดื่มฉลองอย่างสุภาพ
ในสวนดอกไม้และข้างตำหนัก เหล่าสตรีสามสี่คนก็พูดคุยโต้เถียงกันเกี่ยวกับเครื่องประดับสีแดงที่เพิ่งออกใหม่
ทุกคนต่างลืมเรื่องเป็นตายที่เคยเกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางวันในตำหนักราวกับถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
ยามสองเกิงด้านหน้าตำหนักเจาเต๋อได้เตรียมดอกไม้ไฟไว้เรียบร้อยแล้ว
ฮ่องเต้ไม่ได้ปรากฏตัว ให้ฮองเฮาออกหน้าด้วยตัวเองจุดประทัดแถวแรก แสงสว่างหลากหลายสีพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า แผ่กระจายเป็นประกายพร้อมเสียงปะทุ กระจายบนท้องฟ้าในค่ำคืนที่มีสีสันสวยงามที่สุด ส่วนบรรดาหญิงสาวทั้งหลายต่างตื่นตาตื่นใจ
ดอกไม้ไฟอันหนึ่งตกลงมาแล้วก็กระเด็นสูงขึ้น ปะทุขึ้นไปพร้อมเสียงดัง
ไม่นานทั้งพระราชวังก็ถูกปกคลุมด้วยรัศมีแสงสว่างของดอกไม้ไฟ เหลือเพียงแค่ดอกไม้ไฟที่พุ่งสูงขึ้นอย่างงดงามทั้งท้องฟ้าสีสันสวยงามละลานตา
มีคนยกเก้าอี้มา ฮองเฮาทรงประทับบนเก้าอี้มองดูแล้วยิ้มด้วยความเมตตา ฟังบรรดาสนมข้างกายชื่นชมยินดี รอยยิ้มบนใบหน้าไม่จางหาย
“ช่างน่าดูยิ่ง! งดงามจริง!” หญิงสาวที่กำลังยิ้มอย่างปิติยินดีหญิงที่สวมชุดสีมรกตยืน