้ว่าจะเป็นเช่นนี้เขาคงไม่เหยียบย่ำซ้ำเติม เหตุฉะนี้อาจทำให้ฮ่องเต้สงสัยในตัวเขามากขึ้น?
แท้จริงคือ…
เขามีเหตุผลที่จะทำเช่นนี้
คิดได้ดังนั้นฉู่อี้ชิงก็เหงื่อไหลท่วมตัว
ส่วนแม่นมเหลียงได้รับคำสั่งจากฮองเฮาหลัวแต่ไม่กล้ารีบลงมือจัดการ ได้แค่ก้มหัวต่ำเหลือบตามองปฏิกิริยาของฮ่องเต้อย่างระมัดระวัง
ฮ่องเต้พิงที่ประทับ มือวางบนหน้าไม่เอ่ยสิ่งใด
ทั้งท้องพระโรงมีแต่ความเงียบสงัด
ในที่สุดฉู่อี้อันก็จัดการกับอาภรณ์ที่สวมใส่แล้วลุกขึ้นจากที่นั่ง พร้อมกับคำนับแล้วกล่าวว่า “เสด็จพ่อ เรื่องเช่นนี้ไม่สามารถป้องกันได้ ถือเสียว่ามีผู้ฝืนกฎต้องห้ามแต่ก็ไม่ใช่ความผิดของเสด็จแม่ อีกทั้งพระราชวังกว้างขวาง การที่จะตามหาสิ่งลี้ลับมองไม่เห็นด้วยตาเช่นนี้แล้วเกรงว่าจะไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง กระหม่อมคิดว่าเรียกโหรหลวงมาสอบถามเถอะพ่ะย่ะค่ะ!”
ถึงแม้ว่าโหรหลวงจะไม่เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์คาถา แต่สามารถใช้เหตุและผลทำนายโชคชะตาได้เป็นอย่างดี ดีกว่าหาผู้ที่ไม่มีความชำนาญ…..
ฮ่องเต้ตรองอยู่ครู่หนึ่งและพยักศีรษะเล็กน้อย “อืม หลี่รุ่ยเสียง!”
“พ่ะย่ะค่ะ!” หลี่รุ่ยเสียงรับบัญชา ออกไปเชิญด้วยตัวเอง หลังจากนั้นไม่นานก็นำผู้บัญชาการหยางเฉิงประจำสำนักหอดูดาวเข้ามายังท้องพระโรง
ระหว่างที่ผู้บัญชาการหยางเฉิงคารวะฮ่องเต้ ดวงตาของฉู่ฉีเหยียนก็มองแคบลง สายตาที่เฉียบคมจ้องมองไปยังฉู่สวินหยาง
ทันใดนั้นทั่วป๋าหรงเหยาก็เป็นลมล้มพับลงไป หร