ละคน แสดงให้เห็นว่าที่กระหม่อมพูดไปไม่เป็นการพูดโป้ปด และใส่ร้ายผู้บริสุทธิ์”
ฮ่องเต้ทรงลังเลอยู่ครู่หนึ่งและตรัสว่า “ถ้าอย่างนั้นหรงเฟยเล่า? นางจะยังมีชีวิตรอดหรือไม่?”
“ไม่มีผลกระทบแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ!” หยางเฉิงตอบ “เพียงแต่ช่วงนี้จะต้องดูแลพระวรกายของพระสนมให้ดี และอย่าได้รับสิ่งกระตุ้นใดๆ อีก”
ฮ่องเต้ได้ยินคำนี้แล้วก็โล่งอกและไม่ลังอีกต่อไป ทรงมีราชโองการ “หลี่รุ่ยเสียงรับคำสั่ง เตรียมพู่กันและหมึกบัดเดี๋ยวนี้”
“พ่ะย่ะค่ะ!” หลี่รุ่ยเสียงรับคำสั่ง ไม่นานบรรดาข้าทาสบริวารก็เดินเรียงแถวเข้ามาพร้อมกับนำหมึกพู่กันส่งมอบทุกโต๊ะ
ทุกคนเป็นกังวลที่จะต้องเขียนอักษรวันเกิดของตน ส่วนหลัวฮองเฮาออกคำสั่งให้บ่าวรับใช้ประคองตัวหรงเฟยออกไป
พระนางทรงชำเลืองตามองใบหน้าเฉินเกิงเหนียนและเหยียนหลิงจวิน แล้วก็มองผ่านไป
เฉินเกิงเหนียนจงใจแกล้งทำเป็นก้าวเท้าครึ่งก้าวยืนอยู่หน้าเหยียนหลิงจวิน ท่าทีราวกับต้องการปกป้องเขา
หลัวฮองเฮาไม่พอใจนัก ถอนหายใจแล้วชี้ไปยังใต้เท้าหลี่กล่าวว่า “ในเมื่อเจ้าเป็นผู้จับชีพจรหรงเฟยเจ้าก็ต้องทำด้วยเช่นกัน เพื่อป้องการความผิดพลาด”
“รับพระบัญชา!” ใต้เท้าหลี่ถวายความเคารพแล้วรีบเดินไปอย่างรวดเร็ว
เหล่าขุนนางต่างเขียนวันเกิดแล้วนำไปวางไว้ในกล่องไม้เล็ก
ฮ่องเต้มองเล็กน้อยแล้วตรัสกับหยางเฉิงว่า “เจ้านำไปเถอะ แล้วรีบแจ้งข่าวกับเราโดยเร็ว!”
“กระหม่อมรับพระบัญชา” หยางเฉิงรับพระบัญชาและ