ฮ่องเต้หรี่ตามองแขนตนเองอีกครั้ง ไม่มีใครดูออกว่าสีหน้าท่าทางของพระองค์สื่อถึงอะไรกันแน่ หลังจากนั้นก็มองไปที่เหยียนหลิงจวินแล้วตรัสถามว่า “ข้าถูกพิษรึ?”
“พะยะค่ะ!” เหยียนหลิงจวินตอบ โดยระหว่างที่ตอบนั้นไม่ได้มองฮ่องเต้แม้แต่น้อย แต่กวาดสายตาอันเฉียบแหลมมองคนรอบตัวอย่างไว พร้อมกับอธิบายว่า “พิษชนิดนี้ไม่ได้แพร่ผ่านอาหาร ฝ่าบาทน่าจะทรงสัมผัสพิษผ่านพวกภาชนะถ้วยแก้วโดยบังเอิญ ปกติแล้วพิษชนิดนี้กระจายเร็วมาก แต่ดีที่โดนเพียงผิวภายนอกพิษจึงไม่ได้ซึมเข้าสู่กระแสเลือด เพราะหากออกฤทธิ์ขึ้นมาจริงๆ จะยื้อเวลาได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น ดังนั้นดูจากอาการถูกพิษของฝ่าบาทในตอนนี้คงอีกสักครู่ ผู้ที่วางยาน่าจะยังอยู่ในตำหนักนี้แน่!”
ระหว่างที่พูดนั้นท่าทางของเขาไร้ซึ่งความเคารพโดยสิ้นเชิง มองซ้ายมองขวาตลอด ไม่ได้สนใจฮ่องเต้แม้สักนิด
ข้างกายนั้นหมอคังที่โดนเขาตัดหน้าคล้ายจะระเบิดโทสะออกมา แต่กลับเห็นเขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วชี้ไปที่นางในหน้าตาขี้เหร่ที่อยู่หลังทั่วป๋าหรงเหยาแล้วเอ่ยว่า “ค้นตัวนาง!”
เขาเป็นคนทำตามใจตัวเองมาตลอด ทำให้คนมองแล้วไม่รู้สึกว่าน่าเกรงขามสักเท่าไหร่ ต่อให้พูดจาแบบนี้ก็ไม่รู้สึกว่าเกรี้ยวกราดตรงไหน ท่ามกลางเหล่าองครักษ์ที่เมื่อครู่ตกใจว่าฮ่องเต้ถูกวางยาและรวมตัวมาคุ้มกันก็มีคนได้สติไปลากตัวนางในที่มีท่าทีกลัวจนหัวหดคนนั้นออกมา