งานเลี้ยงดำเนินไปได้ราวครึ่งทาง พอหลัวฮองเฮาเตือนฮ่องเต้จึงทรงนึกขึ้นได้และโบกพระหัตถ์เรียก “ให้นางรำ…”
ทว่ายังพูดไม่ทันจบ เต๋อเฟยที่อยู่ด้านข้างก็ยกสองมือขึ้นปิดปากไว้ แล้วลุกออกจากที่นั่งและร้องตะโกนอย่างตื่นตระหนก
เสียงร้องที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันนั้นดึงดูดสายตาทุกคู่จากทั่วทั้งงานให้หันเหความสนใจไปที่ห้องนั้นโดยทันที
หลัวฮองเฮาได้ยินเต๋อเฟยร้องเสียงดัง คราแรกตั้งใจว่าจะต่อว่า แต่สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นหน้าดำคร่ำเครียดในชั่วพริบตา เต๋อเฟยชี้ไปที่มือขวาที่ยังไม่ได้วางลงของฮ่องเต้ด้วยความหวาดกลัว ละล่ำละลักเอ่ยว่า “ฝ่า…ฝ่าบาท พระหัตถ์ของพระองค์…”
ฮ่องเต้ถึงได้หันไปมองมือของตนเอง
ทันทีที่ตั้งสติได้เต๋อเฟยก็ไม่สนอะไรทั้งนั้น รีบคว้าแขนของฮ่องเต้มาแล้วดึงแขนเสื้อขึ้นให้พ้นข้อศอกทันที
ฮ่องเต้อายุมากแล้ว ผิวกายหย่อนยาน มีรอยกระมากมาย แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นด้านในแขนของพระองค์ก็ยังปรากฏเส้นเลือดสีคล้ำอย่างชัดเจน
ตั้งแต่เส้นเลือดที่ข้อมือขึ้นไปถึงด้านในข้อศอก ขณะนั้นราวกับมีบรรยากาศอึมครึมแผ่กระจายออกมาจากมือขวาของพระองค์อย่างเบาบาง
“เอ่อ…” หลัวฮองเฮาตกใจจนหน้าซีด เกือบจะตะโกนออกมาเช่นเดียวกันแล้ว แต่ดีที่พระองค์คุ้นชินกับงานใหญ่โตแบบนี้จึงรีบยับยั้งอารมณ์ทันที เกรงว่าจะทำให้ผู้อื่นตื่นตระหนกจนเกิดความวุ่นวาย