่สวินหยางมองอยู่ไม่ไกล ขมวดคิ้วเล็กน้อยเหยียนหลิงจวินยังคงรักษาท่าทีสงบปากสงบคำ เพียงแค่แอบดึงแขนเสื้อเขาไว้แล้วสะบัดไปด้านหลังเบาๆก็ทำให้แทบทรงตัวไม่อยู่แล้ว กว่าเขาจะทรงตัวได้ เหยียนหลิงจวินก็ไปถึงหน้าพระพักตร์ก่อนแล้วเขาไม่ได้จับชีพจรก่อน แต่สอดส่ายสายตาอย่างไว ทันใดนั้นก็หยิบปิ่นปักผมฝังมุกสองอันมาจากนางในข้างๆปิ่นปักผมอันนั้นเล็กนิดเดียว แม้จะไม่งดงามปราณีตเหมือนเข็มที่ใช้ฝังเข็ม แต่ก็ใช้ได้ไม่ต่างกันมากนักเขาลงมือไวมาก อันดับแรกปักปลายปิ่นเรียวบางสกัดจุดตรงเส้นเลือดใหญ่ 2 จุดใหญ่บนแขนฮ่องเต้ แล้วใช้หัวแม่มือนวดหว่างคิ้วและขมับครู่หนึ่งปกติเวลาหมอคนอื่นจะวินิจฉัยโรคต้องตรวจชีพจรก่อน เขานั้นอายุยังน้อย เดิมทีนั้นหลัวฮองเฮาเห็นเขาเป็นพวกสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองด้วยวิธีการสกปรก ทีแรกจึงตั้งใจว่าจะตำหนิ แต่หลังจากเขาใช้ฝีมือกดจุดให้ฮ่องเต้ได้อย่างแม่นยำแล้ว อาการตาพร่าของฮ่องเต้ก็ค่อยๆ ดีขึ้นอย่างกับปาฏิหาริย์ ส่งเสียงต่ำ “อือ” และไม่สลบไปอย่างไม่น่าเชื่อ“เมื่อครู่เป็นสถานการณ์เร่งด่วน กระหม่อมล่วงเกินไป ขอฝ่าบาทโปรดประทานอภัยด้วยพะยะค่ะ” ในที่สุดเหยียนหลิงจวินก็พูดออกมาและหันไปคารวะฮ่องเต้ฮ่องเต้หรี่ตามองแขนตนเองอีกครั้ง ไม่มีใครดูออกว่าสีหน้าท่าทางของพระองค์สื่อถึงอะไรกันแน่ หลังจากนั้นก็มองไปที่เหยียนหลิงจวินแล้วตรัสถามว่า “ข้าถูกพิษรึ?”“พะยะค่ะ!” เหยียนหลิงจวินตอบ โดยระหว่างที่