รู่ตอนที่ทุกคนอยู่ในลานก็หาได้ได้ยินเสียงร้องขัดขืนของฉู่หลิงอวิ้น ทั้งก่อนหน้านี้ก็ค้นหาจนทั่วเรือนแต่ว่าไม่พบใคร ตอนที่ย้อนกลับมาถึงได้เจอฉากนี้เข้า
บวกกับบทสนทนาของทั้งคู่ตอนที่อยู่ในอารมณ์วาบหวามก็ชวนให้เข้าใจว่าพวกเขาจงใจ หลบเลี่ยงการค้นหา จากนั้นด้วยคิดว่าที่นี่คงจะไม่มีใครย้อนกลับมาอีก ถึงได้มาแอบมาทำอะไรๆ ในที่ที่อันตรายที่สุด ทางหนึ่งก็รอคอยให้เรื่องราวด้านนอกดำเนินไปตามแผน
ไม่ใช่ว่าคนแซ่เจิ้งไม่รู้จักนิสัยของฉู่หลิงอวิ้น แต่เพราะท่าทีของฉู่หลิงอวิ้นที่มีต่องานมงคลกับสกุลซูนั้นแข็งกร้าวจนเกินไป จนนางสงสัยแต่แรกแล้วว่าบุตรสาวของตนใช่หรือไม่ว่ามีใครอื่นอยู่ในใจแล้ว ถึงได้ไม่ยอมรับซูหลิน
ตอนนี้จับคนได้คาหนังคาเขา คนแซ่เจิ้งจะคิดเช่นนี้ก็หาได้แปลกอะไร
ฉู่หลิงอวิ้นถูกฝ่ามือของนางตบจนชาไปครึ่งหน้า ล้มไปกองอยู่บนเตียงด้วยไม่ทันตั้งตัว
นางคล้ายมึนงงไม่เข้าใจ ผ่านไม่สักพักถึงได้กุมหน้าแล้วหันกลับมามอง น้ำตาไหลพรากเป็นสาย เอ่ยว่า “ท่านแม่…”
นางไม่รู้ว่าต้องอธิบายให้คนแซ่เจิ้งฟังอย่างไร ทั้งไม่รู้ว่าต้องอธิบายอะไรให้ฟังบ้าง เพราะสภาพของนางในตอนนี้ ก็เกือบจะทำให้นางเสียสติเต็มทน แม้แต่นางเองก็ไม่อาจทำใจให้เชื่อกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้
นางไม่ต้องการอธิบายอะไรนั้นทั้ง! เพียงขออย่างเดียว…
ขอให้ทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นจริงๆ!
————————————————————————