คนแซ่เจิ้งค่อยพอจะหายใจสะดวก เอ่ยยิ้มแย้มกับทุกคนว่า “เรื่องราวตรงนี้ต้องขอให้ทุกคนอภัย ข้าไม่อยากให้เกิดข่าวไม่ดีในงานพิธี ดังนั้น…”
“พระชายาวางใจเถอะ พวกเราไม่ใช่คนที่จะพูดจาตามใจปาก ถือเสียว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วกัน!” ฮูหยินหลิวรีบต่อความทันที
คนแซ่เจิ้งค่อยสบายใจ ยิ้มให้อย่างซาบซึ้ง “ประเสริฐยิ่ง เช่นนั้นก็เชิญทุกคนไปดื่มน้ำชาที่ห้องรับแขกก่อนเถอะ ข้ายังต้องไปเจอชายาเหลยพวกนั้นอีก”
“เชิญพระชายาตามสบาย!” ทุกคนมองส่งนางจนลับตา ก่อนจะแยกย้ายกันออกไป
ฮั่วชิงเอ๋อร์เข้ามาดึงแขนของฉู่สวินหยางเอาไว้ กระซิบว่า “น้องสาวคนดี ข้าไม่เจอเจ้าตั้งนานแล้ว คิดถึงยิ่งนัก พวกเราไปหาที่สนทนากันเถอะ!”
เหยียนหลิงจวินเห็นนางคล้องแขนฉู่สวินหยางอย่างเป็นธรรมชาติ หัวคิ้วก็พันกันเล็กน้อยอย่างไม่รู้สึกตัว
ฉู่สวินหยางหัวเราะ วางมือลงบนมือของนาง “พรุ่งนี้ข้าว่าง ข้าจะไปหาเจ้าที่จวนแม่ทัพ ตอนนี้เกิดเรื่องกับน้องห้า ข้าต้องตามไปดูก่อน”
ฮั่วชิงเอ๋อร์ไม่ใคร่จะพอใจ แต่ไม่นานก็ยิ้มแย้มให้อย่างใจกว้าง ตอบว่า “ก็ดีเหมือนกัน ข้ามีของขวัญมาให้เจ้าด้วย พรุ่งนี้ข้าจะรอนะ!”
“อื้ม!” ฉู่สวินหยางพยักหน้ารับ
ฮั่วชิงเอ๋อร์ไม่แง่งอน ยกกระโปรงแล้วหมุนตัวเดินตามฮูหยินฮั่วไป
ภายในลานว่างเปล่าอย่างรวดเร็ว
ฉู่สวินหยางหันกลับมาเห็นว่าเหยียนหลิงจวินจ้องไปทางประตูใหญ่ด้วยสีหน้าครุ่นคิด นึกว่าเขาสงสัยอยากรู้เบื้องหลังของฮั่วชิง