เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “อย่าเพิ่งประกาศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวาย”“ขอรับ ข้าน้อยเข้าใจ” ท่านเซียนกรมชะตาสวรรค์เช็ดเหงื่อไม่หยุด “ตอนนี้เรื่องนี้มีแค่ข้าน้อยรู้ ข้าน้อยรู้ดีว่าเป็นเรื่องใหญ่ ตอนที่มาข้าน้อยได้ปิดแท่นชะตาแล้ว”ทูตสวรรค์ฝ่ายซ้ายนั้นเป็นถึงบุคคลเหนือเทพที่มีชีวิตอยู่ตั้งแต่ยุคเบิกฟ้าเหมือนกับทูตสวรรค์ฝ่ายขวา พวกเขาเป็นมือซ้ายและมือขวาของปฐมราชินี ผ่านการสู้รบมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่เคยล้มตายบัดนี้จู่ๆ กลับร่วงหล่นอย่างลึกลับท่านเซียนชะตาสวรรค์ย่อมรู้ว่าเรื่องนี้ต้องปฏิบัติอย่างระมัดระวังดังนั้นถือว่าเขายังจัดการได้รอบครอบทูตสวรรค์ฝ่ายขวาเองก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ “เช่นนี้ก็ดี เจ้าจงกลับไปดูแลแท่นชะตาให้ดี ส่วนเรื่องอื่นข้าจะจัดการเอง”“ขอรับ ขอรับ เช่นนั้นข้าน้อยขอลา” ท่านเซียนชะตาสวรรค์ออกจากตำหนักอย่างระมัดระวังแล้ว ในใจยังรู้สึกหวาดกลัวมาก แต่เขาก็ไม่กล้าถามอะไรมากไปกว่านี้แม้อันที่จริงเขาจะอยากรู้ว่าเหตุใดทูตสวรรค์ฝ่ายซ้ายจึงร่วงหล่นไปได้ เป็นเพราะแดนคุนหลุนในครานี้อันตรายมากขึ้นกว่าเดิม
หรือไม่ มิเช่นนั้นเหตุใดทูตสวรรค์ฝ่ายซ้ายเพิ่งเข้าไปในแดนคุนหลุนก็ร่วงหล่นทันทีเล่า?ทว่าท่านเซียนชะตาสวรรค์ที่สงสัยและหวาดกลัวในใจ หลังจากที่เขากลับไปจวนชะตาสวรรค์ไม่นานก็ร่วงหล่นไปอย่างเงียบๆ แม้แต่เหล่าเซียนน้อยทั้งหมดของจวนชะตาสวรรค์ก็ตายอย่างเงียบๆ ที่ประจำตำแหน่งของ