จริงจัง
จางอวิ๋นไม่รู้ความคิดของเจ้าสำนัก ไม่อย่างนั้นคงยกนิ้วโป้งให้รัวๆ
ใช่แล้ว! เทงบมาที่ยอดเขาลำดับเก้าเยอะๆ นั่นแหละถูกต้องที่สุด!
เรื่องทรัพยากรเนี่ย จางอวิ๋นไม่เคยเกี่ยงว่ามันจะเยอะเกินไปหรอกนะ
เวลานี้สายตาของเขาจับจ้องไปที่อู๋เสี่ยวพั่งเบื้องล่าง เมื่อครู่ตอนเห็นแววตาเจ้าเล่ห์ของเจ้าอ้วน เขาก็เดาได้ทันทีว่าไอ้แสบนี่คิดจะทำอะไร
เงามายาราชันย์
หลังจากงานแลกเปลี่ยนวิทยายุทธ์สองสำนัก จางอวิ๋นก็ให้เน้นฝึกท่านี้เป็นพิเศษ แม้ตอนนี้จะยังปล่อยออกมาได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนสวีหมิงไม่ได้ แต่ก็สามารถเรียกใช้ได้ดั่งใจแล้ว เพียงแต่ระยะเวลาคงสภาพนั้นสั้นกุด
แต่สำหรับการประลองบนเวทีแบบนี้ ขอแค่ระเบิดพลังตูมเดียวก็เกินพอ!
ที่อู๋เสี่ยวพั่งแกล้งทำเป็นหอบแฮกๆ เมื่อกี้ ก็เพื่อหลอกให้สำนักหนานไห่รีบส่งคนขึ้นมา จะได้ระเบิดพลังเก็บไปอีกสักศพ แล้วผลก็คือ…
มองดูอู๋เสี่ยวพั่งที่แกล้งทำเป็นหมดสภาพนอนแผ่หราอยู่บนเวที จางอวิ๋นก็หลุดขำพลางส่ายหน้า
“ศิษย์พี่ ข้าล้มไปสามคนแล้วนะ!”
บนเวที อู๋เสี่ยวพั่งที่นอนแผ่หลาตะโกนเสียงดังฟังชัด “ตอนนี้ข้าเหนื่อยแล้ว เปลี่ยนตัวได้!”
สวีหมิงเห็นแล้วก็นึกขำ รู้ดีว่าศิษย์