นางรับรู้ได้อย่างคลุมเครือ เหมือนกับว่ามีเสียงคำรามโหยหวนของอสูรดังกึกก้องในโลกใบน้อยภายในเจดีย์ นางอดขมวดคิ้วไม่ได้ในขณะเดียวกันก็มีแสงสีเขียวมากมายไหลออกมาจากหน้าผากของต้าซือมิ่งและผสานเข้าไปในดอกไม้บนหน้าผากเยี่ยนอวี๋ ทันใดนั้นเอง นางเห็นโลกอันเก่าแก่ใบหนึ่งราวกับมี ‘แสงวาบผ่าน’ …ทรายสีเหลือง พระอาทิตย์มืดมนพายุที่ปกคลุมไปทั่วพัดพาดวงอาทิตย์ที่ควรจะร้อนแรงเจิดจ้ากลายเป็นพระจันทร์สีแดงโลกทั้งใบไร้ซึ่งไอชีวิตบริสุทธิ์ มีเพียงพลังอสูรที่คลุ้มคลั่งราวกับพายุหมุน ซึ่งไม่เสถียรเป็นอย่างมาก โลกใบนี้จึงไม่เหมาะกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่อ่อนแอ มันกำเนิดอสูรและมารตัวใหญ่มากมาย พวกมันล้วนมีรูปร่างสูงใหญ่ ทั้งกระดูก อวัยวะภายในและเส้นลมปราณของพวกมันแข็งแกร่งมากเยี่ยนอวี๋ ‘มองไปสุดสายตา’ นางมองเห็น… ในโลกอันกว้างใหญ่ของจักรวาลแห่งนี้ ดวงดาราและผืนพิภพล้วนไม่ต่างจากสวรรค์เก้าชั้นฟ้าในสมัยโบราณ สิ่งที่ต่างกันคือสวรรค์เก้าชั้นฟ้าในสมัยซ่างกู่เผ่าพันธุ์มนุษย์ได้บุกเบิกพื้นที่ที่ค่อนข้างสุขสบายในดินแดนรกร้างและได้รับการปกป้องจากนักฝึกฌานส่วนหนึ่งที่มีความตระหนักรู้ไม่ธรรมดา สุดท้ายกลายเป็นวงศ์ตระกูลที่อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม
แต่ที่นี่… เยี่ยนอวี๋ใช้เวลาดู ‘นานมาก’ นางพบว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์ของที่นี่ สิ่งมีชีวิตที่ชนะด้วยการตระหนักรู้ สุดท้ายล้วนถูกเหล่าอสูรทำลายก่อนที่พวกเขาจะเติบใหญ่ เพราะว่าพลังอสู