หูจวิ้น “…”เขาตาแดงก ่า ตาเขาแดงจริงๆ ไม่ใช่เพราะอยากร้องไห้ ถึงอย่างไรนี่ก็คือปรากฏการณ์หมู่ดาวสวมมุงกุฎที่เป็นเกียรติที่แม้แต่เขาก็ไม่เคยได้รับตอนที่สืบทอดบัลลังก์ต่อแต่ปัญหาคือว่า…“จะขัดขวางอย่างไร” เหล่าเทพพากันงงงวย“ข้าขอลองดูเอง” องค์ชายบัลเดอร์เอ่ยปากอย่างนุ่มนวลเมื่อได้ยินดังนั้น เหล่าทวยเทพมองไปที่บัลเดอร์อย่างพร้อมเพรียง บัลเดอร์ที่ถูกมองกลับสุขุม เขาหลับตาลง ปล่อยพลังไปยังหมู่ดาว ซึ่งเป็นพลังที่อ่อนโยนและอบอุ่นอย่างไร้ที่เปรียบเหมือนกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิเหมือนกับคลื่นอ่อนๆเหมือนกับฝนที่ตกปรอยๆ…ถึงอย่างไรเหล่าทวยเทพก็สงบจิตใจลงแล้ว
หูจวิ้นกลับพูดขึ้นว่า “ไทร์ตามข้ามา ส่วนพวกเจ้าคอยพิทักษ์บัลเดอร์ที่นี่”หูจวิ้นที่รู้ได้ว่าไม่ควรพึ่งพาบัลเดอร์คนเดียว เขาก็ไม่ได้เฝ้าอยู่ที่นี่ เขาพาบัลเดอร์ลงไปยังชั้นใต้สุดของปราสาทแอตแลน ที่นั่นมีพลังขั้นสูงสุดของแอตแลนในขณะเดียวกัน…กรมความมืดถูกแสงแห่งดวงดาวปกคลุมจนเหมือนกับปราสาทดวงดาวเจิดจรัส“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น” เฟรย์ที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์จนถึงบัดนี้ นางยังคงถามอัศวินมังกรที่อยู่ข้างกาย“จักรพรรดินี หมู่ดาวกำลังปกป้องกรมความมืด” หนุ่มอัศวินมังกรผู้มีผมสีทองจำเป็นต้องพูดขึ้นว่า “บัดนี้ใครก็ไม่สามารถโจมตีกรมความมืดได้ ต้องถอนกำลังแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“ไม่ได้” เฟรย์คัดค้าน “ตัวข้าเฟรย์ย่อมรู้ว่าหมู่ดาวกำลังปกปักษ์กรมความมืด สิ่งที่ข้าถามคือ