”เมื่อพูดจบ… มิคาเอลก็สลายตัวไปอย่างสมบูรณ์เยี่ยนอวี๋ไม่ต้องเดาก็รู้ว่ามิคาเอลคนนี้ไล่ตามสามีของนางไปแล้วแต่นางไม่รู้ว่าพวกเขาไปที่ไหน แต่ว่า…“ปู่จิ่ว” เยี่ยนอวี๋เรียกจิ่วอิงแอบมุดออกมาจากในห้อง “ภรรยาอี้เอ๋อร์ เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่ได้ตามอี้เอ๋อร์ไป”
“หากเขาพาเจ้าไปด้วยได้ก็ต้องพาพวกเราสองแม่ลูกไปด้วยได้”เยี่ยนอวี๋พูดพลางก้มศีรษะมองเด็กน้อยในอ้อมอก พบว่าเด็กน้อยไม่ได้ร้องไห้ เพียงแค่เกร็งใบหน้าน้อยๆ ไว้เยี่ยนอวี๋คิดว่าเด็กน้อยเห็นท่านพ่ออันเป็นที่รักจากไปด้วยตนเองจะต้องร้องไห้ฟ้าถล่มแผ่นดินแตกแยกแน่ๆ ไม่คิดเลยว่าเด็กน้อยอดกลั้นไว้ไม่ร้องออกมา“มอง อะไร?” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่เหมือนกับจะรู้ว่าท่านแม่กำลังคิดอะไร เขาก็ทำหน้ามุ่ย “เป่า เข้มแข็ง โตแล้ว”“ใช่” เยี่ยนอวี๋ดีใจ หัวใจที่แต่เดิมแขวนอยู่บนเส้นด้ายค่อยๆ ผ่อนคลายลงเล็กน้อย “ปู่จิ่วมีเบาะแสอะไรหรือไม่”จิ่วอิงมีเบาะแสจริงๆ ก็พูดว่า “เมื่อครู่นี้พวกเจ้าเพิ่งออกมา สตรีร่างแสงคนนั้นก็กางม่านปิดกั้นพวกเจ้าไว้ พูดอย่างอกจะแตกว่าหายไปได้อย่างไร หายไปได้… เอาเป็นว่าพูดวกไปวนมาหลายครั้งจากนั้นนางก็ร้องอ๋อ พูดสะเปะสะปะว่าหรือว่าแสงสว่างอะไรนั่นชี้นำเจ้ากลับไปยังแหล่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว พวกเขาต้องไปแหล่งศักดิ์สิทธิ์อะไรนั่นแน่ๆ แต่แหล่งศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ปู่จิ่วไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน พวกเราก็สัมผัสไม่ได้ด้วย ทำอย่างไรดี”เยี่ยนอวี๋กลับครุ่นคิดพ