ต้าซือมิ่งผมสีทองไม่ต้องถามก็รู้ว่าสองแม่ลูกที่เม่ยเอ๋อร์พูดถึงคือใครแต่เยี่ยนอวี๋ไม่เข้าใจ “โลงศพโลงนี้ของเจ้า นอกจากเจ้าแล้วผู้อื่นน่าจะเปิดไม่ได้มิใช่หรือ”“… ‘เขา’ ไม่เหมือนกัน” ‘ต้าซือมิ่ง’ ผมสีทองเงียบลงครู่หนึ่งจำเป็นต้องยอมรับว่า “ ‘เขา’ ไม่ได้ถูกผนึก”เยี่ยนอวี๋จึงเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นแล้ว ดูท่าร่างพลังถูกผนึกได้ เว้นแต่ร่างจริง ทว่า…“ไม่น่าจะถูกต้อง เขากลายเป็น ‘เจ้า’ ไปแล้วมิใช่หรือ” เยี่ยนอวี๋เริ่มไม่เข้าใจตามการคาดเดาแต่เดิมของเยี่ยนอวี๋ สติปัญญาของร่างพลังสลับกับสติปัญญาของร่างจริง ทว่าตอนนี้ดูแล้วเหมือนจะไม่ใช่เช่นนั้นทว่าปัญหานี้ต้าซือมิ่งเองก็ไม่รู้ แต่เขาก็ยกมือขึ้นจับโลงศพโลงนั้นแล้ว เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าลวดลายที่แต่เดิมมีพลังกดดันเหล่านี้ล้วนสงบในยามนี้ ราวกับว่าเป็นเพราะเขา ‘กลับไปสู่’ ร่างจริงแล้วต้าซือมิ่งผมสีทองขมวดคิ้วเรียวยาว เขาเก็บโลงศพนั่นไว้ “ไปแอตแลนกันเถอะ”
“ช้าก่อน พาพวกหลิวเฟิงไปด้วย” เยี่ยนอวี๋กล่าว ในขณะเดียวกันก็ลูบเด็กน้อยที่นอนหลับไม่ค่อยสนิทในอ้อมอกและยังจูบศีรษะของเขาเบาๆเยี่ยนเสี่ยวเป่าหลับต่อไป ใบหน้าน้อยๆ ของเขาเป็นสีชมพูระเรื่อเม่ยเอ๋อร์เห็นดังนั้นก็อดเอ่ยชมอย่างเป็นธรรมชาติไม่ได้ว่า “นายน้อยโตแล้ว อ้วนขึ้นด้วย ในที่สุดก็กลับมาอ้วนเหมือนเดิมแล้ว”“กลับมาอ้วนเหมือนเดิม?” ซีหวังหมู่ไม่เข้าใจ อีกทั้งมันยังมีข้อสงสัยว่า “แล้วก็ ท่านเขยสองคนหมาย