็จแล้วก็มายืนรออยู่ เห็นอาจารย์และศิษย์พี่ศิษย์น้องเดินลงมา ก็รีบแสร้งทำท่าหอบหายใจแฮ่กๆ วิ่งกระหืดกระหอมเข้ามาหา
“อะ… อาจารย์ ข้าวิ่งเสร็จแล้วขอรับ!”
จางอวิ๋นปรายตามองศิษย์ตัวดี แอบชำเลืองดูรองเท้าที่สะอาดเอี่ยมอ่องแทบไม่มีเศษดินติดอยู่ ก็รู้ทันทีว่าเจ้าหมูตอนนี่แอบขี่กระบี่บินแทนการวิ่งแน่ๆ แต่เขาก็คร้านจะถือสาหาความ
“ไปเถอะ กลับยอดเขากัน!”
หลังจากโยนส่วนแบ่งหินวิญญาณให้อู๋เสี่ยวพั่ง เขาก็นำศิษย์ทั้งสามกลับคืนสู่ยอดเขาลำดับเก้า
“จากนี้ไป อาจารย์จะปิดด่านเพื่อทะลวงระดับ พวกเจ้าจงไปทบทวนเคล็ดวิชาและทักษะยุทธ์ระดับวิญญาณที่ถ่ายทอดไปให้แตกฉาน งานประลองใหญ่ระหว่างสำนักหลังจากนี้ จะไม่สบายๆ เหมือนงานประลองศิษย์ภายในแน่!”
ที่หน้าถ้ำ จางอวิ๋นกำชับศิษย์ทั้งสามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
สวีหมิงและอีกสองคนพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน
งานประลองศิษย์เป็นเพียงการประมือกันเองภายใน แต่ ‘งานประลองใหญ่ระหว่างสำนัก’ คือสมรภูมิเดือดที่ต้องเผชิญหน้ากับเหล่าอัจฉริยะสัตว์ประหลาดจากทั่วสารทิศในแคว้นหนานอวิ๋น การจะผงาดง้ำค้ำฟ้าในเวทีนั้น ความยากย่อมคนละชั้น!
“แยกย้าย!”
เมื่อส่งศิษย์ทั้งสามไปแล้ว จางอวิ๋นก็หมุนกายกลับเ