เทพไม่น้อยเหลือบมอง แต่เทพที่นั่งอยู่ในตำหนักแห่งนี้ได้ล้วนไม่ใช่เด็กน้อยไม่รู้ความ แม้แต่หันหลิวที่โตแต่ตัว ตบะไม่โต เขาก็รู้ว่าเอเลน่ากำลังพูดเหลวไหล“พวกเจ้าไม่เชื่อหรือ” เอเลน่าเผยสีหน้าบ่งบอกว่าพวกเจ้แสาช่างไม่รู้ความ “ดูท่าต้องให้กองทัพของแดนศักดิ์สิทธิ์ข้ามาสวรรค์เก้าชั้นฟ้า พวกเจ้าถึงจะเข้าใจ พวกเจ้าช่างโง่งม”“ดูท่าเจ้ายังไม่รู้จักพูดจาดีๆ” หยวนสื่อเทียนจุนสะบัดแขนเสื้อเสร็จมองซีหวังหมู่ “ต้องรบกวนซีหวังหมู่ไล่พวกเขาออกไปตีให้ตาย”“ฮึ! พวกเจ้าตีพวกข้าไม่ตายหรอก! แต่จะถูกลงโทษด้วยแสงแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์! หากไม่เชื่อก็ลองดู!” เอเลน่ายิ้มหยัน รอบกายแผ่ซ่านรัศมีสีทองอันลึกลับออกมาด้วยสีหน้าโอหังจุ่นเอ่อร์เก๋อก็พูดขึ้นบ้าง “ใช่แล้ว! เมื่อครู่ข้าเพียงแค่ยังไม่ได้ใช้งานแสงแห่งการพิพากษา หากพวกเจ้ากล้าแตะต้องพวกเราอีก แสงแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์แอตแลนต้องลงโทษพวกเจ้าแน่!”“เช่นนั้นหรือ” เยี่ยนอวี๋รู้สึกสนใจ แสงสีม่วงไหลออกมาจากปลายนิ้วเอเลน่ากลับไร้ซึ่งความเกรงกลัว “เจ้าไม่เชื่อก็ลองดูได้! แต่ก่อนจะลอง ข้าขอกล่าวก่อนว่า สามีที่เจ้าเอ่ยถึงคือว่าที่สามีของข้า! แม้สีผมและสีตาจะเปลี่ยนไป แต่ก็คือเขา!”
เยี่ยนอวี๋ยกมุมปากเล็กน้อย แสงที่ปลายนิ้วสว่างขึ้นอีก อยากทดสอบแสงพิพากษาที่พูดถึงแล้ว นางอยากเห็นเหลือเกินว่าแดนแอตแลนที่ว่าจะมาไม้ไหนทว่าจุ่นเอ่อร์เก๋อนั่นกลับเอ่ยห้ามปรามว่า “ปฐมราชินีหยวนชูใช่