แรกสร้างทว่าเทียนตี้ที่เดินเข้ามากล่าวว่า “ภูเขาปู้โจวซานในบัดนี้ไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆ ข้าสั่งให้เมืองซูซื่อที่อยู่ใกล้เคียงไปตรวจสอบแล้ว อีกไม่นานก็จะทราบข่าว”เยี่ยนอวี๋พยักหน้ารับทราบ สายตายังคงหยุดอยู่ที่เซ่าเฮ่า ฝ่ายหลังจึงจำใจต้องเล่าเรื่องน่าอับอายของตนเอง “ครานั้น ใต้เท้าท่านร่วงหล่น ข้าน้อยได้ยินว่าที่ภูเขาปู้โจวซานปรากฏร่างเงาของท่านข้าน้อยก็รุดหน้าไปทันทีโดยมิได้ไตร่ตรอง แม้หลังจากที่ไปแล้วข้าน้อยจะจับกลิ่นอายของใต้เท้าท่านไม่ได้เลย แต่ข้าน้อยยังคงไม่ยอมแพ้จึงคอยสังเกตการณ์ในภูเขาปู้โจวซานต่อไปอย่างตั้งใจจากนั้นคืนวันผ่านไป ข้าน้อยอยู่ที่นั่นนานจนได้รับพิษโดยไม่รู้ตัว…ตื่นมาอีกทีก็ถูกขังไว้ในแดนมืดนิรันดร์แล้ว”เซ่าเฮ่าที่ยิ่งเล่าก็ยิ่งรู้สึกตนเองโง่เขลา ใบหน้าสง่าของเขาแดงระเรื่อ
“ไม่รู้ว่าใครทำร้ายเจ้าหรือ” เยี่ยนอวี๋ถามขึ้นอีก ในคำสารภาพของซั่วเย่ว์ ตระกูลสุริยันจันทราไม่ได้เข้าร่วมแผนการลอบทำร้ายเซ่าเฮ่า ส่วนเรื่องที่ว่าเป็นฝีมือของซีเหอหรือไม่ บัดนี้เยี่ยนอวี๋ยังไม่รู้ทว่าต้าซือมิ่งรู้ “ซีเหอปลูกต้นพลูคาวโบราณไว้ที่ภูเขาปู้โจวซานตั้งแต่แรกแล้ว แต่นางไม่จำเป็นต้องลงมือกับเซ่าเฮ่าเอง เขาก็ตกลงไปในหุบเหวแห่งความมืดนิรันดร์ เพราะว่า… ข้าเป็นคนทำ”เรื่องนี้… ทำเอาทุกคนในเหตุการณ์ตะลึงงัน เซ่าเฮ่าเองก็อึ้งไป