อย่างอับอาย เหมือนกับแมวเหมียวสีชมพูเนื้อตัวนุ่มนิ่ม ดูน่ารักน่าชังมาก ทำเอาเยี่ยนอวี๋รู้สึกเอ็นดูจนอดจูบแก้มอวบอ้วนของเขาไม่ได้“เสี่ยวเป่าน่ารักจริงๆ”“เยาะเย้ยเป่า! แม่ไม่ดี” เยี่ยนเสี่ยวเป่าปิดหน้าไว้ไม่ให้ท่านแม่จูบเขารู้สึกว่าท่านแม่เขากำลังเยาะเย้ยเขาเยี่ยนอวี๋ได้แต่ยิ้มไม่ได้อธิบายอะไร จากนั้นนางก็เดินกลับไปที่ประตูค่ายกลย้ายมิติ “ไปกันเถอะ เราไปดูสวรรค์ทั้งแปดกันก่อน”“นายท่านอย่าได้มีโทสะ ถึงอย่างไรตราบใดที่ท่านรับไม้ต่อปัญหาเหล่านี้ต้องได้รับการแก้ไขแน่นอน” ซีหวังหมู่รีบสะบัดหางที่เต็มไปด้วยเทพปลอบประโลมเยี่ยนอวี๋“ข้าโมโหอะไรหรือ” เยี่ยนอวี๋ถามกลับซีหวังหมู่สังเกตสีหน้านางเล็กน้อย ยังคงรู้สึกว่าใต้เท้าที่ดูเหมือนสงบนิ่งนั้นกำลังโมโหอยู่แน่นอน จึงพูดว่า “ไม่มีคนดูแลค่ายกลย้ายมิติ ไว้ข้าจะดูแลเอง!”
“ใช่! เทพไม่รักษากฎ รังแกผู้อ่อนแอเหล่านั้น! ข้าเอง! ไม่ใช่สิ ซีหวังหมู่ เรามาสลับกันเถอะ เจ้าช ่าชองเรื่องโทษทัณฑ์สังหาร ส่วนข้าจะเฝ้าค่ายกลเอง” เทพอัสนีกล่าว“ก็ได้!” ซีหวังหมู่ตกลงและพูดกับเยี่ยนอวี๋ต่อไปว่า “เอาเป็นว่านายท่านอย่าโมโห มีแต่จะทำร้ายสุขภาพตนเอง เรื่องเล็กน้อยเท่านี้มิใช่เรื่องยากอะไร เราสองพี่น้องจะจัดการเอง หากไม่ไหวก็ยังมีปู่จิ่ว”“นี่ๆๆ! ข้ายังไม่ได้บอกว่าจะช่วยพวกเจ้านะ! ปู่จิ่วเจ้าน่ะยุ่งจะตาย!” จิ่วอิงรีบคัดค้านการมัดมือชกเช่นนี้แต่ซีหวังหมู่ไม่ได้สนใจมันแล้ว