อารมณ์ลง นางลูบหลังของเด็กน้อยเบาๆ ส่งสัญญาณให้เขาใจเย็น นางกวาดตามองไปทางเทพอัคนีจู้หรง“ลูกหลานแห่งตระกูลจวนซวี เห็นแก่ท่านปู่ของเจ้าที่ตายในสนามรบข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง หลีกไปซะ!”เพราะว่าเยี่ยนอวี๋จำได้ว่าจู้หรงคือหลานของจวนซวี นางจึงไม่อยากลงมือหนัก ถึงอย่างไรในฐานะที่จวนซวีเป็นเทพรุ่นแรกในยุคโกลาหล เขาได้สร้างประโยชน์อย่างมิอาจลบเลือนได้เพื่อความมั่นคงของจักรวาลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าในเวลาต่อมาคุณูปการนี้ เยี่ยนอวี๋จำได้ขึ้นใจจึงไม่อยากทำร้ายชนรุ่นหลังของจวนซวี ทว่าจู้หรงก็ไม่ยอมถอย “ไม่ว่าเจ้าคือใคร จงยอมแพ้และถูกจับซะดีๆ! ทางออกของเจ้าคือการยอมรับคำตัดสินของสวรรค์เท่านั้น!”เยี่ยนอวี๋ไม่ทันตอบ เยี่ยนเสี่ยวเป่าก็โต้กลับทันทีว่า “ฝัน ฝันไปเถอะ!”
“แม้แต่ลูกข้ายังรู้ เจ้าจะให้ข้ากำจัดพวกเจ้าจนแหลกสลายจึงจะเข้าใจกันหรือ” เยี่ยนอวี๋ตอบด้วยน ้าเสียงเย็นชา นางไม่ถอยแน่นอน“ในเมื่อเป็นหลานของจวนซวี เจ้าไม่รู้จักข้าหรืออย่างไร!”แสงประกายวาบผ่านดวงตาจู้หรง เขาตวาดเสียงขรึม “บัดซบ!ชื่อนามของบรรพบุรุษข้า คนเลวที่ขโมยพลังปฐมราชินีเช่นเจ้าไม่สมควรเรียก!”“ใช่แล้ว! อย่าคิดสามหาว เจ้าหนีไม่รอดหรอก!” ค่ายกลเทวรถสุริยันที่ขวางทางทั้งหมดของเยี่ยนอวี๋ไว้แผดเผาบริเวณทะเลสาบสือซ่าไห่จนเกิดเสียงเสียดสี แซ่ดๆ เกิดเป็นควันพวยพุ่ง“ฮึ” เยี่ยนอวี๋ยิ้มเย็นชา “ดื้อดึงยิ่งนัก”“เจ้าต่างหากที่ดื้อดึง!” จู้หรงตอบโต