ส์เทพกล่าวอย่างสงบ ในขณะเดียวกันก็สลายเชือกที่มัดตัวนางไว้กลายเป็นฝุ่น สีหน้าเคร่งขรึมประหนึ่งเมฆครึ้ม“หงส์เทพ…” เหล่ามหาเทพมองหงส์เทพด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันไป เห็นได้ชัดว่าพวกเขาต่างตกใจกับการที่นางถูกมัดไว้เมื่อครู่นี้เพราะถึงอย่างไรมหาเทพหลายองค์ก็รู้ถึงความสามารถของหงส์เทพเป็นอย่างดี
ในขณะเดียวกัน ซีเหอก็ทำลายเชือกที่มัดตี้เซินเอาไว้ ครั้นนางอยากจะสวมกอดบุตรสาว ตี้เซินกลับปฏิเสธพลางก้าวถอยหลัง“เสด็จแม่”“เซินเซิน แม่ขอดูหน่อยว่าเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่” ซีเหอจับมือบุตรสาวไม่ปล่อย มองบุตรสาวอันเป็นที่รักอย่างละเอียดลออ เมื่อมั่นใจแล้วว่าบุตรสาวมิได้บาดเจ็บ นางค่อยโล่งใจแม้ตี้เซินจะรู้สึกอึดอัด แต่นางก็ฝืนทนให้ซีเหอมองดูสักพัก ก่อนจะพูดขึ้นว่า “เสด็จพ่อล่ะเพคะ เขาออกจากการจำศีลแล้วมิใช่หรือ”“…เสด็จพ่อของเจ้าไม่ว่าง” ซีเหอได้แต่ตอบเช่นนี้และหันไปมองหงส์เทพที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งหงส์เทพจึงก้มศีรษะคารวะซีเหอ “เทียนโฮ่ว”ซีเหอจึงปล่อยมือตี้เซิน ถามหงส์เทพเสียงขรึมว่า “หงส์เทพรู้หรือไม่ว่าโจรที่หนีไปคือผู้ใด เทพตกสวรรค์ประสบภัยร้ายหรือ”“ใช่แล้วเพคะ แต่ตบะของเทพตกสวรรค์ไม่ธรรมดา อาจจะมีโอกาสฟื้นตัวได้เพคะ โจรกลุ่มนี้ก็ไม่ได้หนีไปไหน พวกเขาแค่ไล่สังหารเทพตกสวรรค์เท่านั้น” หงส์เทพรู้ดีแก่ใจว่า สำหรับ ‘โจร’ กลุ่มนี้แล้ว การมาเยือนของเทียนโฮ่วไม่ได้สำคัญอันใดสิ่งที่ทำให้พวกเขารีบ