ซีเดือดดาล “เจ้าปีศาจแฝงฝัน เจ้าช่างโอหังมากขึ้นทุกที! ฝ่าบาทยิ่งใหญ่เพียงใด เจ้ากลับคิดว่าตนเองรู้ดีกว่าฝ่าบาทหรือ”“ข้ามิบังอาจ!” สีหน้าปีศาจแฝงฝันไม่สู้ดีนัก “ข้าแค่กังวลว่าปฐมราชินีหยวนชูคนนั้นเจ้าเล่ห์เกินไป ตอนนั้นสิบสองเทพมารของเผ่าเราก็ถูกนางไล่อออกจากแดนมืดวิญญาณอสูรแล้วถูกฆ่าทิ้งมิใช่หรือ”“แต่บรรพบุรุษของพวกเรากลับไม่มีใครสักคนที่สามารถไปมาอย่างอิสระในขุมนรกแห่งความมืดหรือกระทั่งสร้างวังจักรพรรดิอสูรข้างขุมนรกแห่งความมืดได้เช่นฝ่าบาท” พิกซียิ่งมั่นใจว่าปีศาจแฝงฝันทำให้ฝ่าบาทขุ่นเคืองจริงๆปีศาจแฝงฝันที่ถูกแย้งกลับจนพูดอะไรไม่ออกก็พูดเพียงว่า “ข้าแค่เป็นห่วงฝ่าบาท”“เจ้ามีสิทธิ์อะไรเป็นห่วงฝ่าบาทรึ” ดวงตาสีเขียวของพิกซีราวกับมองทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่ง มันกวาดตามองปีศาจแฝงฝัน “เจ้ามีความคิดที่ไม่สมควรต่อฝ่าบาท”
เรื่องนี้ปีศาจแฝงฝันมิอาจปฏิเสธได้ “ใช่แล้ว ฝ่าบาทคือจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในเผ่ามารของเรา ข้าปีศาจแฝงฝันเลื่อมใสกระทั่งรักในตัวเขา ก็ได้ บางทีข้าอาจจะอิจฉา ทำให้ข้ามีใจคิดอคติหลังจากเรื่องนี้ ข้าจะปลีกวิเวกตนเอง”“ถือว่ายังไม่สาย” พิกซีมองกลับไปที่ขุมนรกแห่งความมืดด้านล่าง ถึงแม้มันยังคงไม่เห็นอะไร แต่มันก็ไม่เลิกสำรวจปีศาจแฝงฝันไม่กล้าพูดอะไรอีก มันเฝ้ารออยู่ที่นั่นพยายามสงบสติอารมณ์ ภาพใบหน้าอันวิจิตรงดงามของเยี่ยนอวี๋กลับลอยเข้ามาในความคิดของมัน มันรู้สึกคุ้นเคยแ