็วขึ้น“จิ๊บๆ?” ลูกไก่สีเหลืองที่พบว่าหรงอี้ ‘ผิดปกติ’ เช่นกันก็บินมาถาม “นายท่านเป็นอะไรหรือ”“ไม่เป็นอะไร เจ้าคอยจับตาตี้อั้น เร่งมันให้เร็วหน่อยก็พอ” เยี่ยนอวี๋จัดแจงลูกไก่สีเหลืองตอบอย่างดีอกดีใจว่า “ได้เลย!”จากนั้น… ตี้อั้นเศร้ายิ่งกว่าเดิม มันคิดว่าวันนี้มันคงต้องวิ่งจนขาขาดแล้ว!แต่ความเร็วของตี้อั้นก็เป็นที่น่าพึงพอใจมาก ผ่านไปเพียงหนึ่งจิบชา เมืองหลวงจักรพรรดิอสูรอันเลือนรางก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นใน
สายตาของเยี่ยนอวี๋ นางจึงรู้สึกโล่งใจเล็กน้อยก่อนจะมองกลับไปที่ชายข้างกายต่อไป“…”หรงอี้ผู้ซึ่งเปล่งแสงรัศมีศักดิ์สิทธิ์ออกมาไม่หยุด สีหน้าเขากลับยังคงปกติ สง่าเฉิดฉายดั่งหยก เงางามเป็นประกายไร้ความซีดเซียวเพียงแต่เขานิ่งเกินไป แม้แต่ขนตาก็ไม่ขยับ ราวกับกลายเป็นภาพวาดไปแล้วหากไม่ใช่เพราะเขายังคงหายใจอยู่ เยี่ยนอวี๋คงคิดว่าเขาเป็นอะไรไปแล้ว แม้จะเป็นเช่นนี้ นางก็ยังคงเฝ้าชายคนนี้อย่างใกล้ชิดกลัวว่าเขาจะเป็นอะไรขึ้นมา ทั้งในสายตาและในหัวใจเต็มล้นไปด้วยชายคนนี้แม้แต่เด็กน้อยที่ตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย เยี่ยนอวี๋ก็ไม่รู้สึกตัวเลยทว่าเด็กน้อยก็เชื่อฟังมาก เขาซบในอกของท่านแม่เขาเงียบๆ พลางหาวและมองไปที่ท่านพ่อของเขาลูกไก่สีเหลืองเป็นตัวแรกที่พบว่าเยี่ยนเสี่ยวเป่าตื่นแล้ว “นายท่านน้อย?!”“หาววว…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ยังนอนไม่เต็มอิ่มก็อ้าปากหาวอย่างเกียจคร้าน ไม่ได้สนใจลูกไก่สีเหลืองหลังจากที่ลูกไก