ังพึ่งพาตนเองของจักรวาลที่เจ้าสร้างขึ้นเป็นดังเช่นที่เจ้าต้องการ มันกำลังค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปสู่กฎเกณฑ์ใหม่อย่างเสถียรและราบรื่น…” เทียนตี้พร ่าบ่นกับตนเองถึงตรงนี้… น ้าตาหยดหนึ่งก็ไหลลงมาในฐานะที่เป็นเทพที่ดำรงอยู่ตั้งแต่แรกเริ่มการสร้างโลก เขาก็เหมือนกับเหล่าขุนเขาและท้องทะเลที่มีความผูกพันธ์ลึกซึ้งกับนาง!นางคือผู้หล่อเลี้ยงและบ่มเพาะพวกเขาจนเติบใหญ่เป็นเทพรุ่นแรกด้วยตัวนางเองหลังจากที่ผ่านศึกสงครามทวยเทพ สงครามเทพอสูร และสงครามแห่งกฎเกณฑ์มานับไม่ถ้วน จักรวาลจึงได้มาซึ่งความสงบสุขและในปีเดียวกันนั้นเอง เยี่ยนอวี๋ก็ตั้งคำว่า ‘เยี่ยน’ เป็นแซ่สกุลของตน ซึ่งหมายถึงความสันติและสงบสุข“หลายปีที่ผ่านมานี้ ผู้อาวุโสหลายท่านก็จากไปแล้ว” เทียนตี้ทอดถอนใจ “ข้าคิดว่ายุคสมัยเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ …เหล่าขุนเขาและท้องทะเลของเจ้าต่างแยกย้ายกันกลับไปเก็บตัว หากรู้ว่าเจ้ากลับมาเกิดใหม่แล้ว พวกมันคงจะทำให้สวรรค์ปั่นป่วนอีกครั้ง”เมื่อเทียนตี้คิดถึงเหล่าอสูรขุนเขาและท้องทะเลที่มีหน้าตาอัปลักษณ์เฉพาะตัว ดุดันงดงามและเขาที่ถูกรุมมาหลายครั้ง อันที่จริงก็รู้สึกว่ามีความสุขดี เขาหวังว่าจะได้เห็นพวกมัน ‘ร่าเริง’ เช่นนี้อีกครั้ง
ทว่าเทพที่สามารถรับรู้ได้ว่าเยี่ยนอวี๋กลับมาเกิดใหม่เหมือนเทียนตี้นั้นหามีไม่ ถึงอย่างไรก็มีเพียงเขาที่ได้สัมผัสถึงจุดสูงสุดของเยี่ยนอวี๋แต่เทียนตี้ไม่มีทางกลายเป็น ‘เยี่ยนอวี๋’ เพราะว่า