ำนักเนี่ยผานเองก็พากันคุกเข่าลง
อินสวินอี้จึงช่วยตอบรับแทน “ลุกขึ้นเถิด ปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนปรับลมปราณอยู่ พวกเจ้าทำเช่นนี้มีแต่จะรบกวนนาง”เมื่อตี๋อูหวนเห็นว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ เขาก็พาคนในสำนักลุกขึ้นยืน ในใจยังคงรู้สึกซาบซึ้งล้นเหลือ จนมิสามารถใช้คำพูดใดๆ มาแทนการขอบคุณได้ เขาถึงกับ…“ข้าอยากรวมสำนักเนี่ยผานกับสำนักชางอู๋” จู่ๆ ตี๋อูหวนก็พูดขึ้น“เจ้าจริงจังหรือ” จวินอั้นเทียนถามอย่างแปลกใจเหล่าสำนักเนี่ยผานรู้สึกว่าฉุกละหุกเกินไป ถึงแม้พวกเขารู้ว่าปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนมีบุญคุณต่อเจ้าสำนักของพวกเขา แต่รวมเข้ากับสำนักชางอู๋ง่ายๆ เช่นนี้ดูเหมือนจะ…“จริงจัง” ตี๋อูหวนกล่าว “ตำแหน่งที่ตั้งของสำนักข้าอยู่นอกภูเขาไท่เย่ว์ อันที่จริงไม่เหมาะเป็นสถานที่ให้ศิษย์สำนักเนี่ยผานฝึกฝนต่างจากสำนักชางอู๋ ข้าสัมผัสได้ว่าในสำนักชางอู๋มีต้นอู๋ถงศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้อัญเชิญศักดิ์สิทธิ์ที่มีพรสวรรค์หงส์เพลิงแล้ว ที่ใดมีต้นอู๋ถงที่นั่นก็คือบ้าน ที่นั่นจึงเป็นถิ่นของเรา เป็นที่ที่เราสยายปีกโบยบินขึ้นสูงได้ แน่นอนว่าหากปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนไม่เห็นด้วย สำนักข้าก็เข้าใจ”
เห็นได้ชัดว่าตี๋อูหวนที่กลายเป็นตำนานสูงสุดสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายต้นอู๋ถงของสำนักชางอู๋ได้อย่างแจ่มชัด ทำให้เขารู้สึกโหยหา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนักฝึกฌานผู้มีพรสวรรค์หงส์เพลิงทั่วไปสำนักเนี่ยผานมีศิษย์ธาตุไฟเป็นส่วนใหญ่ โดยพื้นฐานแล้วนักอัญเชิญศักดิ์