ราวกับเทพสูงสุดผู้ไร้ซึ่งอารมณ์จุติบนโลกมนุษย์มาเกิดเป็นมารดาผู้อ่อนโยนอย่างกะทันหัน“งาม! เก่ง! แมของเป่า… เป่า” เยี่ยนเสี่ยวเป่ากอดท่านแม่คนงามของเขาไว้แนบแน่น เสียงเล็กเสียงน้อยที่ ‘ป่าวประกาศ’ ก็ดังไม่น้อยราวกับกำลังประกาศต่อหน้าทุกคนว่านี่คือ ‘ท่านแม่ของข้า! ไม่ใช่ของพวกเจ้า!’ ชิชะ…เห็นได้ว่าเมื่อครู่นี้ที่ผู้คนอุทานว่า ‘มารดาข้าเถอะ’ ทำให้เยี่ยนเสี่ยวเป่าโมโหไม่เบา เขาจึงประกาศ ‘ความเป็นเจ้าของ’ แล้วเยี่ยนอวี๋ไม่รู้เรื่องนี้ แต่นางรู้สึกได้ว่าเด็กน้อยแสดงความรักอาวรณ์ต่อตนเองอย่างยิ่ง นางจึงกอดเด็กน้อยไว้แน่นเช่นกัน นางยังจูบขนอ่อนบนศีรษะของเขา พูดเบาๆ ว่า “ใช่แล้ว แม่คือท่านแม่ของเสี่ยวเป่า”“ฮี่ๆ…” เยี่ยนเสี่ยวเป่ามีความสุขเปี่ยมล้น เขายิ้มกว้างราวกับดอกไม้ที่กำลังต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ ทั้งสดชื่นและน่ารัก ทำเอาความ
หวาดกลัวและความยำเกรงของทุกคนกลายเป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยมิตรไมตรีและเสียงปรบมือที่ดังกึกก้องแปะๆๆ!…“ดี! สุดยอดไปเลย!”“นั่นน่ะสิ ศึกครานี้จะกลายเป็นศึกที่ข้าจดจำไปชั่วชีวิต”ผู้คนที่กู่ร้องดีใจและปรบมือเพิ่งจะรู้สึกชื่นมื่นใจกับศึกยกนี้ในวันนี้จากใจจริง ไม่สิ! ควรจะเป็นศึกทั้งสามยกของปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนมากกว่า ถึงแม้สองยกแรกเทียบกับยกหลังแล้วราวกับอยู่ต่างกันคนละชั้น แต่ก็เป็นความทรงจำที่ยากจะลืม เอ่อ… นอกจากร่างมารของกู้เหนียงเหนียงแล้ว ที่เหลือก็น่าจดจำแม้แต่ลู