เยี่ยนอวี๋ “…”นางที่เก็บสายตาที่มองไปแล้ว ถึงแม้จะไม่อยากพูดอะไรอีกก็ตามแต่นางจำต้องกำชับ “เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่าหลังจากที่เจ้าเข้ามาแล้วใครจะดูแลเรื่องข้างนอก!”ไม่ให้ความร่วมมือเลยจริงๆ! เขานี่มัน…ไม่รอให้เยี่ยนอวี๋ได้พูดต่อไป ต้าซือมิ่งก็ได้แสดงออกอย่างตรงไปตรงมาแล้วว่า “แม่ของลูกข้าหายตัวไป แล้วข้ายังจะสนใจเรื่องภายนอกอีกทำไมกัน”เยี่ยนอวี๋ “…”นางอ้าปากอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่เจ้าตัวน้อยในอ้อมกอดกระตุกเกร็งราวกับตกใจกลัวปานนั้นทั้งยังกำเสื้อของนางไว้แน่น แล้วมุดเข้าไปในอ้อมกอดของนางเหมือนว่าเจอเรื่องร้ายในความฝันอย่างไรอย่างนั้น“ดูสิ เจ้าทำเสี่ยวเป่าตกใจจนไม่อาจนอนหลับดีๆ แล้ว หากข้าไม่พาเขาเข้ามาคงได้ร้องไห้จนสลบไปเป็นแน่” ต้าซือมิ่งที่ถึงแม้จะหลับตาอยู่ แต่ประสาททั้งห้าอันเฉียบแหลมของเขายังคงสามารถสัมผัสถึงการเคลื่อนไหวของลูกน้อยได้
ประโยคที่เยี่ยนอวี๋กำลังจะพูดต่อถูกกลืนกลับลงไปอีกครั้งเปลี่ยนเป็น “หากเกิดเรื่องขึ้นมาล่ะ” ถึงแม้จะเป็นไปไม่ได้ก็ตาม แต่หากว่าลูกน้อยอยู่ข้างๆ นางคงไม่อาจเข้ามาได้แน่ๆ เพราะสถานการณ์ของสถานที่แห่งนี้ไม่แน่ชัดนักหลังจากนั้น…“ดังนั้น ข้าจึงมาอย่างไรเล่า” หรงอี้ขานตอบเบาๆ เขายื่นมือไปจับมือแม่ของลูกน้อยเอาไว้อย่างแม่นยำ “พวกเราสองพ่อลูกล้วนอยู่ที่นี่ อย่างไรเสียเจ้าก็ต้องพาพวกข้าออกไปด้วย ไม่มีแต่”เยี่ยนอวี๋ที่ ‘สะบัด’ มือออกอย่างรวดเร็วหมดคำพูด รู้สึกว