เยี่ยนอวี๋ที่ฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่คิดก็ซัดฝ่ามือไปที่หน้าอกของต้าซือมิ่งที่ล่วงเกินนางเต็มแรง ไม่ออมมือแม้แต่น้อย“อึก”หรงอี้แทบจะกระอักเลือด ทว่าสีหน้าเขายังคงเดิม “เบาๆ หน่อยสิหากข้าเป็นอะไรไป เจ้าจะไปหาพ่อให้เสี่ยวเป่าได้ที่ไหน”“เจ้า…” เยี่ยนอวี๋เบนหน้าหนีก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกสองสามทีทว่าก็ยังได้กลิ่นอายของคนๆ นี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นางรู้สึกหงุดหงิดนัก “ไม่อยากตายก็รีบปล่อยมือซะ!”“เจ้ามองลงไปข้างล่างสิ” หรงอี้ที่ต้านแรงกดดันมหาศาลไว้ก็กล่าวด้วยความจริงจังว่า “ใช้พลังปฐมราชินีของเจ้าไปดู ไปฟัง”“ปล่อยข้า!” เยี่ยนอวี๋กล่าวเย็นชาต้าซือมิ่งกลับไม่ปล่อยมือ เขาพูดขึ้นว่า “รักษาท่านี้ไว้จะเป็นการดีที่สุด พลังของเจ้าต้องให้ข้ายั้งไว้ จึงจะไม่ทำให้พวกมันตื่นตกใจพวกมันตื่นขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง”เยี่ยนอวี๋ที่แสดงสีหน้าเคร่งขรึมก็อดรู้สึกอึดอัดและอยากจะขัดขืนมิได้ นางพยายามสงบสติอารมณ์ ก่อนจะใช้ดวงตาที่มีพลังไท่ชางมองลงไปข้างล่าง
อันที่จริงตั้งแต่ก่อนที่ต้าซือมิ่งจะทำเช่นนี้ เยี่ยนอวี๋ก็รับรู้ถึงความผิดปกติแล้ว มิเช่นนั้นหากนางปะทุขึ้นมาจริงๆ แม้ต้าซือมิ่งจะมีพลังแข็งแกร่งและไม่ธรรมดาเพียงใด ก็คงจับ ‘เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์’ ไว้ได้ยากทันใดนั้นเอง…“!”เยี่ยนอวี๋ที่รู้แต่แรกและเห็นทั้งอาณาเขตโยวตูจากข้างบน นางก็มีสีหน้าเคร่งเครียดกว่าเดิม เพราะนางเห็นตาข่ายอันชั่วร้ายผืนหนึ่งพูดให้ถูกมันคือปีศาจที่ยาก